|
|
June 27
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
ถ้าคุณท้อ
ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา... จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ
ถ้าโกรธกับเพื่อน. . . มองคนไม่มีใครรัก ถ้าเรียนหนัก ๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ ถ้างานลำบาก . . . มองคนอดแสดงฝีมือ ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ . . . มองคนที่ตายหมดลม
ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา
ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา ถ้าชีวิตแย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า
อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์ ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
คำพ่อสอน..แม่บอกว่า...
คำพ่อสอน...
"... การทำให้คนอื่นรัก ยากกว่าการทำให้เกลียดมากนัก กว่าจะเป็นที่รักของใครได้ต้องใช้เวลานาน ความรักมันต้องอาศัยการซึมลึก ไม่เหมือนความเกลียดที่ทำง่ายแต่ซึมนาน เราดีใจที่รู้ว่ามีคนรักเรามากมายรอบๆตัว มันเป็นภูมิต้านทานความท้อแท้ที่ดีสำหรับเรา เป็นเกราะคุ้มภัยให้เราอุ่นใจเสมอ ลองดูสิ.. ทำให้คนรอบข้างมีความสุขเวลาที่มีเรา ถ้าเธอทำได้เขายิ้มได้..ทำให้เขาคิดถึง.. ทำให้เขาผูกพัน..เธอก็จะรู้ว่า.. นี่คือกำลังใจที่ดีที่สุด ที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมาย ทำให้เรารักตัวเอง และทำให้เรารู้ว่า.. ลมหายใจของเรายังมีความหมายสำหรับใคร ...อีกหลายคน... "
แม่สอนว่า...
" ... เราควรให้คนอื่น มากกว่าการที่คอยให้แต่คนอื่นหยิบยื่นให้เรา ลองคิดดูสิ.. ถ้าเธอได้รับของขวัญจากใครสักคน ที่เธอจะรู้จัก หรือไม่รู้จัก บางทีอาจเป็นแค่สิ่งของที่ไม่มีค่าอะไรเลย แต่ความรู้สึกที่ได้รับ มันตรงกันข้ามกับราคา หรือสิ่งของที่คนอื่นหยิบยื่นให้เรามากกว่าเป็นสิบเท่า ความรู้สึกนั้นนะ ไม่ใช่แค่ดีใจที่ได้รับของขวัญนะ แต่มันเป็นความรู้สึกที่คิดว่า เขาจำมันได้หรือ เขาคิดถึงเราด้วยหรือ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ ถ้าเธอเป็นผู้รับ แล้วเธอเป็นผู้รู้สึกดี ขอให้เธอรู้ไว้ว่า คนที่เป็นผู้รับจากเธอ เขาก็รู้สึกดีไม่แพ้กับเธอหรอกนะ แล้วเธอจะรู้ว่าการทำให้คนอื่นมีความสุขได้ ตัวเธอเองนั่นแหล่ะที่จะมีความสุขยิ่งกว่า... "
เรื่อง: คำพ่อสอน..แม่บอกว่า... ที่มา: ไม่ระบุ
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
How heavy is your burden?
A lecturer was giving a lecture to his student on stress management. He raised a glass of water and asked the audience, “How heavy do you think this glass of water is? The students’ answers " from 20g to 500gm".
”It does not matter on the absolute weight. It depends on how long you hold it. If I hold it for a minute, it is Ok. If I hold it for an hour, I will have an ache in my right arm. If I hold it for a day, you will have to call an ambulance. It is the exact same weight, but the longer I hold it, the heavier it becomes.”
”If we carry our burdens all the time, sooner or later, we will not be able to carry on, the burden becoming increasingly heavier. What you have to do is to put the glass down, rest for a while before holding it up again. We have to put down the burden periodically, so that we can be refreshed and are able to carry on. When you return home from work, put the burden of work down. Don’t bring it into your home. You can pick it up tomorrow.
Rest and relax...
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
ส่งสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่ท่านไม่มีวันลืม
No man/woman is worth your tears and the only one who is, will never make you cry. ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้ ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด
If you love someone, put their name in a circle, instead of a heart, because hearts can break, but circles go on forever. ถ้าคุณรักใครสักคน จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้ แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป
Everyone hears what you say. Friends listen to what you say. Best friends listen to what you don't say. ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา
If all my friends were to jump off a bridge, I wouldn't jump with them, I'd be at the bottom to catch them. ถ้าเพื่อนทั้งหมดของข้าพเจ้าพร้อมใจกันกระโดด ลงมาจากสะพาน ข้าพเจ้าจะไม่โดดตามพวกเขาไป แต่ข้าพเจ้าจะยอมรออยู่ที่ก้นเหวเพื่อที่จะรับพวกเขา
Don't frown, because you never know who's falling in love with your smile! อย่าทำหน้าบูดบึ้ง เพราะว่าท่านจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครกำลังชื่นชมรอยยิ้มของท่านอยู่
If you judge people, you have no time to love them. ถ้าท่านมัวแต่คิดตัดสินผู้อื่น ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา
Be kind, for everyone you meet is fighting a harder battle. จงมีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น เพราะว่าทุกคนที่ท่านพบกำลังต่อสู้กับปัญหาที่ยิ่งใหญ่ กว่าที่ท่านกำลังประสบอยู่
It may take only a minute to like someone, only an hour to have a crush on someone and only a day to love someone but it will take a lifetime to forget someone. มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น
Enthusiasm is contagious. You might cause an outbreak and affect many. ความกระตือรือล้นนั้นติดต่อกันได้ โดยที่ท่านอาจสามารถแพร่มันออกไปและส่งผล กระทบให้อีกหลายคนกระตือรือล้นตามท่านได้
Yesterday is the history, tomorrow is a mystery. Today is a gift, that is why it is called the present. เมื่อวานคืออดีต พรุ่งนี้คือปริศนา แต่วันนี้คือสิ่งที่ท่านมี นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกปัจจุบันนี้ว่าของขวัญ(Present)
Dance like nobody's watching, and love like it's never gonna hurt. ปล่อยตัวเต้นรำให้สนุกสนานเหมือนไม่มีใครจ้อง และจงรักเหมือนว่ามันจะไม่นำความเจ็บปวดมาให้
Send this to everyone you will never forget, and send it back to the person who sent it to you too, just to show them that you will never forget them too. ส่งสิ่งดีๆเหล่านี้ให้กับคนที่ท่านคิดว่าจะไม่มีวันลืม และส่งกลับไปยังผู้ที่ส่งมาให้ท่าน เพื่อให้เขารู้ว่าท่านก็จะไม่มีวันลืมเขาเช่นกัน
If you don't send it back, it means that you are not a true friend. ถ้าท่านไม่ส่งกลับ นั่นหมายถึงว่าท่านมิได้คิดว่าท่านเป็นเพื่อนแท้ของเขา
So send it to everyone that you never will forget. ดังนั้นจงส่งสิ่งดีๆเหล่านี้ไปให้ทุกคนที่ท่านจะไม่มีวัน ---ลืมเขาออกจากใจ---
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
โลกไม่ตามใจเรา
โลกไม่ตามใจเรา เมื่อเราพอใจความเย็น แต่โลกพอใจคายความผ่าวร้อน ทางเดียวคือทำใจยอมรับ และเตรียมกายสู้ไอร้อน
โลกไม่ตามใจเรา เมื่อเราพอใจความอบอุ่น แต่โลกพอใจกระจายความเหน็บหนาว ทางเดียวคือทำใจยอมรับ และเตรียมกายสู้ไอเย็น
โลกไม่ตามใจเรา เมื่ออยากเห็นดอกไม้บาน แต่ยังไม่ถึงเวลาบานของดอกไม้ สิ่งที่ทำได้คือรอคอย
โลกไม่ตามใจเรา แม้ไม่อยากเห็นใบไม้ร่วง แต่ถ้าถึงเวลาร่วงหล่นของใบไม้ สิ่งที่ทำได้คือมองดู
โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากเห็นแต่คนดี ทว่าโลกมีแต่คนเลวให้ดู เราก็ต้องดู และรู้ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นไหม
โลกไม่ตามใจเรา แม้เราอยากพบแต่คนมีเหตุผล ทว่าโลกมีแต่คนเอาใจตนเป็นใหญ่ เราก็ต้องทน และไม่หลงเอาแต่ใจตนตามเขา
โลกไม่ตามใจเรา เรา ก็ไม่จำเป็นต้องตามใจโลก ถ้าโลกร้ายเกินกว่าจะเอาตาม ก็ต้องถามหาสิ่งที่ดีขึ้น และถ้าอยากเห็นโลกดีขึ้น ต้องไม่ใช่ด้วยการเฝ้าเรียกร้อง แต่ต้องด้วยการลงมือทำเอง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลก
โลกไม่ตามใจเรา ถึงแม้อยากมีคนรัก แต่โลกไม่เคยพาคนรักมาให้พบ ก็ต้องคบกับเงาตัวเอง บรรเลงเพลงแห่งความเงียบต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องเหงา
โลกไม่ตามใจเรา แม้เมื่อพบคนรักแล้ว แต่โลกพอใจให้แคล้วคลาด อย่างเราจะทำอะไรได้ ก็ต้องเลือกระหว่างวางเฉย กับลงนอนดิ้นทุรนปางตาย
โลกไม่ตามใจเรา แม้เมื่อได้อยู่กับคนรักแล้ว แต่โลกพอใจให้พรากจาก เตรียมวันตายเอาไว้ไม่บอกกล่าว แล้วเราจะไปฟ้องศาลไหน เพื่อให้ทำโทษมัจจุราชได้
โลกไม่ตามใจเรา แม้ โลกให้ชีวิตมา ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเป็นของเรา ไม่มีชีวิตใดเป็นอมตะ ไม่มีทางทำให้ชีวิตใดค้ำฟ้า ทุกนาทีแห่งการมีชีวิต คือการเขยิบใกล้ความไร้ชีวิตเข้าไปทุกที
โลกไม่ตามใจเรา ถ้าโลกกำหนดให้การตายดับ มิใช่เหมือนการดับเปลวเทียน แต่เป็นการต่อเทียนเล่มใหม่ จะมีใครขัดขืน
โลกไม่ตามใจเรา แต่โลกก็ไม่ไร้เหตุผล ถ้าเราเข้าใจเหตุผล ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าใจโลก
เมื่อใดเข้าใจโลก เราจะเลิกอยากให้โลกตามใจเรา _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
7 Ways to Be Happier at Work ...
1. Smile. Turns out, smiling is directly linked to happiness. It may have started as a correlation but, over time, the brain linked the two. Don't believe me? Try this: smile (a nice big smile) and attempt to think of something negative. Either you will stop smiling or you won't be able to hold the negative thought.
2. Stop worrying. Worrying happens to be one of humanity's best traits. It is the underlying emotion behind foresight, planning, and forecasting. We worry because some future event is uncertain and that feeling is a cue for us to start thinking about how to address it. The problem is, we worry too much about things that are out of our control (like the economy, stupid). The US has one of the highest rates for mental disease and yes, worry is among the leading indicators. While it's true that there are plenty of things to worry about these days, take a deep breath, America, and stop sweating the small stuff.
3. Take a break. The US is one of the most overworked industrialized nations. But this is counterproductive for a nation of "knowledge workers." Overworking people to exhaustion is a horrible way to extract knowledge from people. Taking a break provides an opportunity to reflect and often it is during such times when the best ideas, our deepest insights, emerge. I insist on taking lunches out of the office; I insist that my colleagues do the same. Call it a siesta, naptime, or a mini-vacation. It works for many of the happier nations too.
4. Do things differently. Part of the problem at work for many people is boredom. We are stuck in a rut where we come in and do the same thing over and over and over again. Get your enthusiasm back by doing things differently. Make every effort to learn, to grow, and to challenge yourself. Take on more responsibility or attempt something you never thought you were capable of doing. Even if your responsibilities don't allow for much flexibility, try a different approach to your existing responsibilities.
5. Stop managing and start leading. If you're in management, you need to find ways to motivate and stimulate your employees. How? Stretch their minds. Empower your team by giving them more responsibility, more decision-making power, more autonomy. Equally important: be inclusive. Explain what is happening in the company as a whole and give your employees a broader perspective on how their jobs influence the overall business.
6. Delegate. One of the most destructive and counterproductive byproducts of the downsizing era is fear — many managers are scared to let go of control for fear that doing so will make them obsolete. I have news for you: if you feel that way, you already are obsolete. Being controlling is bad for business, not to mention bad for your physical and mental health. The best leaders always look for people better, smarter, and more capable than themselves.
7. Have fun. Here is some tough advice: If you don't like what you are doing, stop doing it. Life is too short to not have fun. I love what I do and when I stop loving it, I do something else. Even in this economy, you will be in high demand if you are good at what you do — and can do it with a smile on your face. June 07
- เทคนิคมองโลกในแง่ดี -
คนไทยสมัยนี้เครียดกันง่ายจัง วันๆ หนึ่งต้องพบกับความทุกข์ใจ ไม่สบายใจ กังวลใจ กันหลายๆ ครั้ง ไม่ เหมือนกับคนไทยสมัยโบราณที่กว่าจะเกิดความเครียดขึ้นมาได้ โน่น..ต้องมีเสือบุกเข้ามากินวัว โจรบุกเข้ามาปล้น ถึงจะเกิดความเครียดกันทีหนึ่ง เรียกว่าวันๆ หนึ่งแทบจะไม่รู้จักความเครียดกันเลย ใบหน้าคนไทยสมัยก่อนจึงมีแต่รอยยิ้ม พวกฝรั่งซึ่งเป็นคนมาจากวัฒนธรรมอื่นมาเห็นเข้าพากันแปลกใจว่าทำไมคนไทย อารมณ์ดีกันจัง ก็เลยตั้งชื่อว่าให้ว่า "สยามเมืองยิ้ม"
นอก จากนี้คนไทยยังมีวิธีคิดที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนา ให้รู้จักคิดปล่อยวาง คิดให้สบายใจ ในยามที่ต้องพบกับปัญหาหนักๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังเหลือร่องรอยวิธีคิดเหล่านี้อยู่ในนิสัยคนไทยทั่วๆ ไปบ้าง แต่บางคนก็ลืมไปแล้ว หรือคนรุ่นใหม่อาจจะไม่รู้จัก วันนี้เครือข่ายฯจึงขอนำวิธีคิดเหล่านี้นำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความเป็นพุทธ และ ให้มีความทันสมัย เหมาะกับคนยุคปัจจุบันมากขึ้น นำเสนอเป็นเทคนิควิธีคิดมองโลกในแง่ดีสำหรับคนยุคไอที ดังต่อไปนี้
ยามพบอุปสรรคในการทำงาน
ไม่ เป็นไร..เอาใหม่ : คำพูดนี้สำคัญมากครับ เอาไว้ใช้อุทาน
เวลาท่านต้องประสบกับปัญหาความล้มเหลวในการทำงานหรือ เจอข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน หรือ เวลาเพื่อนร่วมงานทำงานผิดพลาด คำพูดนี้จะเป็นเครื่องปลอบใจและให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี
คำว่า "ไม่เป็นไร" เป็นคำที่ทำให้จิตใจปล่อยวางจากปัญหา ไม่ถูกบีบคั้นจากปัญหา
คำว่า "เอาใหม่" เป็น คำพูดที่ปลุกคุณธรรมข้อ "วิริยะ" แปลว่า เพียรสู้งาน ปลุกใจให้เราคิดสู้ปัญหา ไม่ท้อถอย
ยามพบกับเหตุการณ์ร้ายที่ไม่พึงปรารถนา
โชคดีนะเนี่ย : ไม่ว่าคุณเจอะเจอกับความทุกข์กายทุกข์ใจอะไรในชีวิตประจำวัน ให้คิดเสียว่าสิ่งเลวร้ายที่เราต้องประสบทุกๆ ครั้ง มันไม่ได้ร้ายกาจจนถึงที่สุดแม้สักอย่างเดียว มันเป็นความ"โชคดี"ของเราจริงๆ ที่ไม่เจอหนักกว่านี้
ยกตัวอย่าง เดินหัวชนเสาหัวปูด อุทานว่า "อูย ! ..โชคดีนะเรา หัวยังไม่แตก" โดนตัดเงินเดือน พูดกับตัวเองว่า "เขาไม่ไล่เราออก ก็บุญแล้ว ถือว่ายังโชคดีนะเนี่ย" ทำกาแฟร้อนๆ หกรดขากางเกง พูดกับตัวเองว่า "เหอ..ๆ โชคดี ที่มันไม่หกรดเป้ากางเกงเรา"
ยามมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
เขา ยังดีนะ : เวลาคุณมีปัญหากับเพื่อนมนุษย์ เช่นเพื่อนร่วมงาน คนข้างบ้าน ฯลฯ เช่น บางคนอาจจะทำงานไม่ถูกใจ บางคนอาจจะทำอะไรผิดใจคุณ หรือ บางคนอาจจะมีเจตนาไม่ดีกับคุณ ให้คิดเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันก็ยัง ไม่ได้ร้ายกาจถึงที่สุดกับคุณแต่อย่างใด มันยังมีแง่ดีๆ ให้เราคิดถึงเขาอยู่เสมอ
ยกตัวอย่าง คนข้างบ้านนินทาเรา เราก็บอกกับตัวเองว่า โอ้... นี่เขายังดีนะที่ไม่ถึงกับมาดักทำร้ายเรา มีคนมาขโมยปากกาที่โต๊ะทำงานเราไป เราก็คิดว่า เจ้าขโมยนี่ยังดี ที่ไม่ยกเครื่องคอมพ์เราไป สาวหักอก เราก็คิดว่า เธอยังดีนะเนี่ย ที่ไม่ควงคู่แข่งมาเย้ยเราให้เจ็บใจหนักไปกว่านี้ เพื่อนร่วมงานเอาเปรียบ เราก็คิดว่า เขาก็ยังดีที่ไม่ใส่ร้ายป้ายสีเราข้างหลัง
เทคนิคคิดเมื่อเจอปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
เอ๊ะ...! ตรงนี้เราได้อะไร : เป็นการตั้งคำถามเพื่อให้จิตตั้งแง่คิดเพื่อมุ่งหาความรู้ทันทีที่ได้พบกับ ปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น นาย ก. เดินตกท่อ ขาแข้งถลอก นาย ก. ทั้งๆ ที่เจ็บปวด กลับตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า เราเดินตกท่อตรงนี้ เราได้อะไร ! เท่านั้นเองคำตอบต่างๆ ก็พรั่งพรูออกมามากมาย อาทิเช่น
ก. เราได้ดูแลรักษาตัวเองอีกแล้วดีจัง ไม่ได้ดูแลตัวเองมานาน ข. เราได้บทเรียนซาบซึ้งกับคำว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง" (เคยเดินมาดีๆ ทุกวัน วันนี้ใครกันดันมาเปิดฝาท่อ) ค. มันทำให้เราได้ไอเดียเกี่ยวการทาแถบสีสะท้อนแสงตรงขอบท่อ เพื่อคนจะได้สังเกตเห็นได้แต่ไกลๆ
วิธี คิดเช่นนี้จะทำให้เรารู้สึกเลยว่า ชีวิตนี้มีแต่ได้ ไม่มีเสีย
คือ แม้ว่าเราจะพบกับสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาก็ตาม แต่ถ้าหากว่าเรารู้จักตั้งคำถามเช่นนี้เป็นนิสัย เราก็จะได้สิ่งที่ดีๆ มากมายจนบางครั้งเราอาจจะต้องนึกขอบคุณที่ได้เจอกับปัญหาบ่อยๆ เลยทีเดียว June 06
+..นิทานจากดวงดาว..+
ในคืนเดือนมืดที่เหน็บหนาว ก้อนหินรู้สึกว่าตัวเองเดียวดายเหลือเกิน จะมีก็แต่ดวงดาวที่คอยอยู่เป็นเพื่อน และให้กำลังใจก้อนหินตลอดมา ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกับดวงดาวเพื่อปรับทุกข์ ดวงดาวจะรับฟังอย่างเต็มใจ ดวงดาวยินดีที่จะอยู่เป็นเพื่อนก้อนหินทุกเวลา แต่แสงสว่างของดวงดาวมีน้อยนิด เลยไม่อาจดึงความสนใจของก้อนหิน ให้อยู่กับดวงดาวได้ตลอดไป ในวันที่แสงจันทร์สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า เป็นคืนที่ก้อนหินดูสวยงามที่สุด ความเศร้า ความเหงา ความหม่นหมอง ในก้อนหินได้จางหายไป ก้อนหินเพลิดเพลินไปกับแสงจันทร์ โดยที่ก้อนหินไม่ๆได้สังเกตเลยว่า... ได้หลงลืมบางสิ่ง บางอย่างไป ใช่...ดวงดาวหายไปในคืนที่จันทร์เต็มดวง แต่...ก้อนหินไม่เคยสังเกตเห็น กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ในวันที่แสงจันทร์จากไป แต่ก้อนหินก็เดียวดายได้ไม่นาน ดวงดาวก็ปรากฏตัว และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างก้อนหินเสมอ และด้วยความเคยชินเช่นนี้ ก้อนหินเลยไม่เคยมองเห็นว่าดวงดาวมีค่า มีความสำคัญต่อตนอย่างไร ดวงดาวก็ยังเป็นดวงดาวที่พร้อมจะเคียงข้างก้อนหินเสมอ แม้ก้อนหินจะไม่เคยเหลียวแล ก็เพราะดวงดาวสุขใจที่จะเป็นผู้ให้ ให้คนที่รักมีความสุข ไม่เคยโกรธเคืองก้อนหินแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าใครๆก็ต่างต้องการที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตนเอง เพียงแค่อยากให้ก้อนหินรู้ว่า
เวลาที่ก้อนหินไม่มีใครก้อนหินยังมีดวงดาวเสมอ จะอยู่ตรงนี้ตลอดไป....
way back into love
I've been living with a shadow overhead ที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตใต้เงามืด I've been sleeping with a cloud above my bed หลับโดยมีเมฆยืดยาวเหนือเตียง I've been lonely for so long เหงามานานอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง Trapped in the past, I just can't seem to move on ยึดอยู่เพียงอดีตไม่เห็นทางข้างหน้า I've been hiding all my hopes and dreams away ฉันเก็บความหวังและฝันทั้งหมดไป Just in case I ever need em again someday เผื่อไว้ว่าสักวันอาจต้องการมันอีกครา I've been setting aside time หลบเลี่ยงวันคืนขอเวลา To clear a little space in the corners of my mind มาล้างที่ว่างเล็ก ๆ มุมหนึ่งในใจ All I want to do is find a way back into love สิ่งที่ฉันต้องการคือหาทางกลับมารัก I can't make it through without a way back into love ฉันคงทำไม่ได้ หากยังไม่รู้จักทางกลับสู่ความรัก
Oh oh oh
I've been watching but the stars refuse to shine ฉันเฝ้ามอง แต่ดวงดาวก็ปฏิเสธจะส่องแสง I've been searching but I just don't see the signs ค้นหาจนหมดแรง แต่ก็ไร้สัญญาณใด I know that it's out there ฉันรู้ว่ามันมีอยู่ แค่ไม่รู้ว่าที่ไหน There's got to be something for my soul somewhere ต้องมีที่พักใจสำหรับฉันสักแห่ง I've been looking for someone to shed some light ฉันตามหาใครบางคนที่เป็นแสงสว่าง Not somebody just to get me through the night ไม่ใช่คนที่อ้างว่าพาฉันข้ามคืนจำแลง I could use some direction ฉันอยากรู้ทางแจ่มแจ้ง And I'm open to your suggestions ช่วยแสดงให้ฉันเห็นที All I want to do is find a way back into love สิ่งที่ฉันต้องการคือหาทางกลับมารัก I can't make it through without a way back into love ฉันคงทำไม่ได้ หากยังไม่รู้จักทางกลับสู่ความรัก And if I open my heart again และถ้าฉันเปิดใจอีกหน I guess I'm hoping you'll be there for me in the end ฉันก็หวังว่าเธอคือคนที่อยู่เพื่อฉันในท้ายที่สุด
oh, oh, oh, oh, oh
There are moments when I don't know if it's real บางครั้งฉันไม่แน่ใจตัวเองเท่าไร Or if anybody feels the way I feel หรือมีใครรู้สึกแบบฉันตอนนี้ I need inspiration ฉันต้องการแรงบันดาลใจดีดี Not just another negotiation ที่ไม่ใช่การเจรจาธรรมดา All I want to do is find a way back into love สิ่งที่ฉันต้องการคือหาทางกลับมารัก I can't make it through without a way back into love ฉันคงทำไม่ได้ หากยังไม่รู้จักทางกลับสู่ความรัก And if I open my heart to you และถ้าฉันเปิดใจให้เธอ I'm hoping you'll show me what to do ฉันหวังว่าเธอจะบอกฉันได้ว่าควรทำเช่นไร And if you help me to start again และถ้าเธอช่วยฉันให้เริ่มใหม่ได้อีกหน You know that I'll be there for you in the end เธอก็รู้ว่าฉันคือคนที่อยู่เพื่อเธอในท้ายสุด
oh, oh, oh, oh, oh
200 มุมมองของความรัก
1. A man overtime falls in love with the woman he is attracted to, and a woman overtime becomes more attracted to the man she loves. - ผู้ชายมักจะตกหลุมรักคนที่เค้าหลงเสน่ห์ และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก
2. Friendship is love minus sex and plus reason. Love is friendship plus sex and minus reason. - มิตรภาพคือ ความรัก ลบด้วย เซ็กซ์ และบวกเอาเหตุผลเพิ่มเข้าไป ส่วนรักคือมิตรภาพบวกด้วยเซ็กซ์ และลบเอาเหตุผลออก
3. To love is nothing. To be loved is something. To love and be loved is everything!! - การได้รักเป็นเรื่องขี้ผง การถูกรักเป็น "บางอย่าง" ทีเดียว ส่วนการได้รักและการถูกรักเป็นทุกอย่าง (ว้าว)
4. You may only be one person to the world but you may also be the world to one person. - คุณอาจจะเป็นแค่ "คน ๆ หนึ่ง" ในโลกใบนี้ แต่คุณอาจจะเป็น "โลกทั้งใบ" ของคนคนหนึ่งก็ได้
5. Friendship often ends in love, but love in friendship- never. - มิตรภาพมักจะจบลงด้วยความรัก แต่ความรักไม่มีวันจบลงด้วยมิตรภาพ
6. You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it. - คุณรู้ว่า คุณรักเค้าก็ต่อเมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะหมายความถึงการที่คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน
7. The essential sadness is to go through life without loving. But it would be almost equally sad to leave this world without ever telling those you loved that you love them. -ความเศร้าที่สำคัญคือการชีวิต โดยปราศจากความรักแต่มันคงจะเศร้าเกือบจะพอๆ กันที่จะจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้บอกคนที่คุณรักว่าคุณรักพวกเค้า"
8. To love is to risk not being loved in return. To hope is to risk pain. To try is to risk failure, but risk must be taken, because the greatest hazard in life is to risk nothing. -การที่ได้รักคือการเสี่ยงว่าจะ ไม่ได้รับความรักเป็นการตอบแทนการตั้งความหวังคือการเสี่ยงกับความเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงกับความล้มเหลวแต่ยังไงก็เสี่ยงเพราะสิ่งที่อันตราย ที่สุดในชีวิตก็คือการไม่เสี่ยงอะไรเลย
9. There is a story of a woman Who always kept her feelings towards her friend Until the day he got married, she decided to tell him the truth And he felt that it's a good joke for his wedding. - มีเรื่องเล่าของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักเพื่อนของเธอแต่ได้เพียงเก็บความรู้สึกเอาไว้ จนกระทั่งวันที่เขาแต่งงาน เธอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเขา ...แต่เขากลับคิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับวันแต่งงานของเขา...
10. There is a story of a man Who has never told his wife how much he loves her Until the day she passed away Until now, he keeps sending flowers to her grave everyday With thousand kisses on the card saying "I love you" Would she be able to know? - และยังมีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่เคยบอกภรรยาว่าเขารักเธอมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอตายจากไป ถึงบัดนี้ เขายังคงวางดอกไม้ไว้ที่หลุมศพของเธอทุกวัน พร้อมกับรอยจูบนับพันบนการ์ดที่เขียนว่า "ผมรักคุณ" ...เธอจะมีโอกาสได้รับรู้ไหม...
11. Yet, there is a story of a girl Who always needed a warm hug from her daddy But she was too shy to ask for Until the day he can never hug her any more... - และยังมีเรื่องเล่าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ซึ่งต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นจากพ่อของเธอเสมอ แต่เธอเขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากออกไป ...จนกระทั่งวันที่พ่อไม่สามารถกอดเธอได้อีกต่อไป...
12. A lot of stories happen everyday You could know what had happened yesterday How can you be sure what will happen tomorrow? Think of something you never say Are you waiting until the day? to say " I LOVE YOU “ - ทุกๆวันเกิดเรื่องต่างๆขึ้นมากมาย คุณอาจจะรู้ว่า เมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้น แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ ลองคิดถึงบางสิ่งที่คุณไม่เคยพูด จะต้องรอให้ถึงวันไหน ที่จะบอกคำว่า "รัก
13. "It's not too hard to find some love but it's also not easy to make that love to be forever." - อันความรักไม่ใช่เรื่องยากที่จะได้มา และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่จะรักษาความรักนั้นให้อยู่เป็นนิรันดร์
14. "When you love someone, say it. Say it loud. Say it right away, or the moment...just passes you by.“ - เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคน จงบอกเขา บอกไปเลยดังๆ ว่า คุณรักเขามากมายแค่ไหน อย่าปล่อยจนถึงวันที่เขาไม่อยู่ให้คุณบอกรัก
15. Love can make you happy but often times it hurts, but love is only special when you give it to who its worth. - ความรักรังสรรค์ความสุข แต่บ่อยครั้งก็สร้างความเจ็บปวด ทว่า..เมื่อคุณให้ความรักแก่คนที่สมควรได้รับ..ความรักนั้นจะมากค่า
16. Love has no control and neither does one's mind when they are in love. - ความรักไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ไฉนเราจะบังคับคนที่กำลังมีความรักได้
17. Absence does for love what the wind does for a flame: it extinguishes the weak, and feeds the strong. - ความรักไม่มีตัวตน เสมือนกับลมที่ทำให้เปลวไฟติดหรือดับได้ รักก็สามารถทำให้คนอ่อนแอหรือเข้มแข็งได้เช่นกัน
18.Some people think that it's holding on that makes one strong, Sometimes it's letting go. - บางคนคิดว่า การได้ครอบครองในสิ่งที่รัก จะทำให้รู้สึกมั่นคงในรัก แต่บางทีการให้อิสระ อาจจะมีค่ามากกว่านั้น
19. Love..like fine sand. Grasp it and it will quickly slip through your fingers. Cup it gently and it will fill the voids of your soul - - as sand seeks to fill the spaces in your hands. - ความรักก็เหมือนเม็ดทราย เมื่อใดที่รีบคว้ามันไว้ เม็ดทรายนั้นจะไหลออกทางร่องนิ้ว แต่เมื่อค่อยๆ ประคองมันไว้ มันก็จะอยู่ในมือของคุณ และถ้าคุณถนุถนอมความรัก มันก็อยู่ในทุกช่องว่างในหัวใจ เช่นเดียวกับเม็ดทรายที่อยู่ในกำมือ
20. In real love you want the other's person good. In romantic love you want the other person. - คุณต้องการความดีของอีกฝ่ายสำหรับความรักที่แท้จริง แต่คุณต้องการเพียงตัวของเขาในความรักที่ลุ่มหลง
21. When one door of happiness closes, another opens; but often we look so long at the closed door that we do not see the one which has been opened for us. - เมื่อประตูแห่งความรักบานใดบานหนึ่งได้ปิดลง อีกบานก็เปิดขึ้นมา แต่เรามัวแต่มุ่งความสนใจไปที่บานที่ปิดลงนั้นมากจนเกินกว่าจะได้เห็นประตู ใหม่ที่เปิดขึ้น
22. Love can be sunshine and love can be blind .. but only you could really know .. define your love. - ความรักเป็นทั้งแสงสว่างและความมืด แต่สิ่งเดียวที่คุณรู้...คือนิยามความรักของตัวเอง
23. When you love someone no matter how you add it up,the answer remains the same. - เมื่อคุณรักใครสักคน...ไม่ว่าคุณจะคิดไปทางใด คำตอบก็ดูจะออกมาเหมือนเดิมเสมอ
24. When you're in love you feel like your heart can life you to a higher place and put you on top of the world... - เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก ... คุณจะรู้สึกราวกับว่า หัวใจพาตัวคุณล่องลอยสู่ความสุขเหนือคนทั้งโลก
25. Friendship between two persons depends upon the patience of one. - ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนจะยืนยาวแค่ไหนขึ้นอยู่กับความอดทนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
26. Love is like the sun, when it is there you want to bask in it's warmth, when it is gone, you just want to drink hot chocolate and curl up in a blanket. - ความรักเหมือนแสงอาทิตย์ เมื่อคุณมีรักคุณก็อยากจะอาบแดดให้อุ่นสบาย แต่เมื่อความรักจากไปคุณ สิ่งที่คุณทำก็แค่เพียงดื่มชอกโกแลตอุ่นๆ และนอนคุดคู้ในผ้าห่มเท่านั้น
27. Happiness is finding love through giving love rather than through receiving it. - การหยิบยื่นความรักให้แก่คนอื่น อาจทำให้มีความสุขมากกว่าการได้รับความรักซะเอง
28. My wish is not to mean everything to everyone but to mean something to someone. - ฉันไม่ขอที่จะเป็นคนสำคัญสำหรับทุกคน แต่ขอเป็นเพียงคนที่มีความหมายสำหรับคนบางคน
29. If someone betrays you once, it's his fault; if he betrays you twice, it's your fault. - ถ้าหากใครทรยศคุณเป็นครั้งแรก นั่นเป็นความผิดของเขา แต่เมื่อคุณให้โอกาสเขาได้หักหลังคุณอีกครั้ง นั่นแหละที่เป็นความผิดของคุณ
30. Some people come into our lives and quickly go. Others stay for a while and leave footprints on our hearts and we are never ever the same. - บางคนผ่านเข้ามาในชีวิตเราและก็ผ่านไป ในขณะที่บางคนได้เข้ามาและทิ้งรอยไว้ในใจเรา และสิ่งนั้นทำชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม
31. Many people will walk in and out of your life, But only true friend will leave footprints in your heart. - ผู้คนอาจจะเดินเข้าและออกในชีวิตคุณมากมาย แต่มีเพียงบางคนเท่านั้นที่ฝากสิ่งที่คุณจะรำลึกถึงเขาเมื่อเขาจากไป
32. Affection is responsible for nine-tenths of whatever solid and durable happiness there is in our lives. - เก้าในสิบส่วนของความสุขที่มั่นคงและยืนยาวในชีวิตของเรา เกิดจากความรักใคร่อาทร
33. Touch a woman's mind, you will get her interest; Touch a woman's heart, you will get her love. Touch a woman's soul, you will get passion beyond your wildest dreams. - หากว่าสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเธอ คุณจะได้รับความสนใจจากเธอ หากว่าสัมผัสได้ถึงหัวใจเธอ คุณจะได้รับความรักจากเธอ หากว่าสัมผัสถึงวิญญาณเธอ คุณจะได้รับความรักอันยิ่งใหญ่กว่าที่คุณจะคาดคิด
34. You can make more friends in two months by becoming interested in other people than you can in two years by trying to get other people interested in you. - คุณสามารถหาเพื่อนได้ภายในสองเดือน ด้วยการสนใจในสิ่งที่คนอื่นกระทำ มากกว่าการหาเพื่อนภายในสองปี ด้วยการทำให้คนอื่นสนใจในการกระทำของคุณ
35. We are all travelers in the wilderness of this world, and the best we can find in our travels ia an honest friend. - เราทั้งหมดนี้เป็นนักเดินทางที่ท่องเที่ยวไปในที่รกร้างมาแล้วรอบโลก และสิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้ค้นพบคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์
36. You can't change the past but you can change the future into a better past!!! - คุณไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนอดีตได้ แต่สิ่งที่คุณสามารถเปลี่ยนได้คืออนาคตเพื่อที่จะเป็นอดีตที่ดีกว่า
37. You are braver than you believe, stronger than you seem, and smarter than you think. - พวกคุณต่างก็กล้าหาญมากกว่าที่คุณเชื่อ แข็งแรงกว่าที่คุณเห็น และฉลาดกว่าที่คุณคิด
38. Let not our love be like a flower that dies. Instead let it be like a river that flows FOREVER! - ขอให้ความรักของเราไม่เป็นดั่งเช่นดอกไม้ที่โรยรา แต่ขอให้เป็นดั่งกระแสน้ำที่ไหลตลอดกาลแทน
39. We are all travelers in the wilderness of this world, and the best we can find in our travels ia an honest friend. - เราทั้งหมดนี้เป็นนักเดินทางที่ท่องเที่ยวไปในที่รกร้างมาแล้วรอบโลก และสิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้ค้นพบคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์
40. You can't change the past but you can change the future into a better past!!! - คุณไม่สามารถกลับไปเปลี่ยนอดีตได้ แต่สิ่งที่คุณสามารถเปลี่ยนได้คืออนาคตเพื่อที่จะเป็นอดีตที่ดีกว่า
41. You are braver than you believe, stronger than you seem, and smarter than you think. - พวกคุณต่างก็กล้าหาญมากกว่าที่คุณเชื่อ แข็งแรงกว่าที่คุณเห็น และฉลาดกว่าที่คุณคิด
42. Let not our love be like a flower that dies. Instead let it be like a river that flows FOREVER! - ขอให้ความรักของเราไม่เป็นดั่งเช่นดอกไม้ที่โรยรา แต่ขอให้เป็นดั่งกระแสน้ำที่ไหลตลอดกาลแทน
43. Life gives us time but only love gives us meaning. - ชีวิตมอบเวลาให้แก่เรา แต่มีเพียงความรักเท่านั้นที่มอบคุณค่าและความหมายให้กับเรา
44. Love is learning to put your pride aside and letting your heart lead the way to both of your happiness. - ความรักคือการเรียนรู้ที่จะลดความทะนงตน และใช้หัวใจนั้นนำทางสู่ความสุขของคุณทั้งสอง
45. Love may last for just a moment but memory can make that moment last forever... - ความรักอาจคงอยู่เพียงระยะเวลาชั่วครู่ชั่วยาม แต่ความทรงจำสามารถทำให้ชั่วระยะเวลานั้น คงอยู่นิรันดร์ได้
46. Love is neither an effect nor a cause, it is a force that writes or destiny at the same time as our thoughts. - ความรักไม่ใช่ทั้งเหตุและผล แต่เป็นอำนาจหรือพลังที่สามารถขีดลิขิต ในฐานะที่เป็นความคิดของเรา
47. Letting go does not mean giving up but accepting that there are things that cannot be. - การปล่อยให้เขาไป มิใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการยอมรับในสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ต่างหาก
48. Love is like standing in the wet cement. The longer you stay, the harder it is to leave. And you can never go without leaving your shoes behind. - ความรักเหมือนซีเมนต์เปียก ยิ่งคุณยืนอยู่นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งจากไปได้ยากเท่านั้น และคุณจะไม่มีวันจากมาได้เลย โดยที่ไม่ได้ทิ้งรองเท้าไว้
49. Love you...It's funny how two words can take up so little space on a piece of paper, but fill up ALL of the space in my heart. - 'รักเธอ' ช่างน่าพิกลกับสองคำสั้นๆ ที่ใช้เนื้อที่เพียงนิดบนแผ่นกระดาษ แต่กลับสามารถเติมเต็มที่ว่างทั้งหมดในหัวใจของฉัน
50. Love is something eternal; the aspect may change, but not the essence. - ความรักคือนิรันตรกาล ภายนอกอาจจะเปลี่ยนไปตามเวลา แต่เนื้อแท้ของความรักไม่เคยเปลี่ยน
51. Love is like glass. If you drop it, it shatters and can never be put completely back together, if you can put it back together at all. But love can also be like porceline - if it's meant to be it'll never crack. - ความรักก็เหมือนเครื่องแก้ว เมื่อทำตกไปแล้วก็ไม่สามารถจะทำให้กลับมาเป็นเช่นเดิมได้ ความรักก็เหมือนเช่นเครื่องแก้วชั้นดีที่ไม่มีรอยตำหนิแม้สักนิด
52. Love exists,not merely to make life possible, but to make life good. - เมื่อความรักก่อเกิด มันจะไม่ทำให้แค่ชีวิตมีความเป็นไปได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ชีวิตหฤหรรษ์อีกด้วย
53. Love is a beautiful thing, it must be treated with tenderness and compassion or, like a rose, it's thorns can make it dangerous. - ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่สามารถให้คุณได้ทั้งความอ่อนโยนและความเข้าใจ ดั่งเช่นดอกกุหลาบ แต่หนามของมันก็เป็นอันตรายเช่นกัน
54. A great lover is not one who loves many, but one who loves one woman for life. - นักรักผู้ยิ่งใหญ่มิใช่คนที่มีจำนวนรักมากครั้ง แต่คือใครหนึ่งคน ที่ชั่วชีวิตนั้นรักผู้หญิงเพียงคนเดียว
55. Love is like a flame, beautiful if controlled, dangerous if not. - ความรักเปรียบเช่นเปลวไฟที่สวยงามเมื่อคุณควบคุมได้ แต่เมื่อไม่สามารถควบคุมได้มันก็จะย้อนมาทำร้ายคุณเอง
56. Love is the constant feeling of completeness when you are with that someone and not wanting that moment to end for anything. - ความรักคือความรู้สึกสมบูรณ์และมั่นคงต่อใครสักคนและไม่ต้องการให้ช่วงเวลานั้นจบสิ้นไป...
57. You are like the dew that falls from the sky to nourish the earth and I wish I could be the earth. - คุณเปรียบเสมือนน้ำค้าง ที่หล่นมาจากฟากฟ้า เพื่อชโลมผืนดิน และฉันก็หวังจะเป็นผืนดินนั้น
58. Love is when you take away the feeling, the passion, and the romance in a relationship and find out you still care for the person. - ความรักเกิดขึ้นแม้ว่าคุณละทิ้งความรู้สึก ความใคร่ ความเพ้อฝันในความสัมพันธ์นั้นทิ้งไปแล้ว แต่คุณก็ยังแคร์เค้าอยู่
59. You know that it's love when you can't fall asleep because reality is better than your dreams. - ยามอยู่ในห้วงของความรัก เวลาตื่นจะสวยงามกว่าตอนฝันหลายเท่านัก
60. Love is never wanting you to change..for who you are is who I fell in love with. Therefore NEVER change. - ความรักไม่เคยต้องการให้คุณเปลี่ยนแปลงไปตามคนที่คุณรัก รักคือการไม่เปลี่ยนแปลงต่างหาก
61. Look into my eyes and hear what I'm not saying, for my eyes speak louder than my voice ever will. - จ้องมองดวงตาฉันและฟังในสิ่งที่ฉันไม่ได้พูด ตาของฉันสามารถพูดได้ดังกว่าเสียงของฉัน
62. Love is not the one you can picture you are going to marry. But the one you can't live without. - ความรักไม่ได้เพียงแต่จะทำให้คุณสามารถจินตนาการภาพของวันวิวาร์เท่านั้น แต่ยังทำให้คุณมีชีวิตโดยปราศจากมันไม่ได้อีกด้วย
63. Your love's a never ending dream. A castle by a stream of sweet understanding. - ความรักคือความฝันที่ไม่มีวันจบ เป็นปราสาทที่ล้อมรอบไปด้วยสายน้ำแห่งความเข้าใจ
64. You say you 'think' you love me. That sounds nice, but phony. Love either is... or it isn't, and thinking is baloney! - เธอบอกว่าเธอ"คิด"ว่าเธอรักฉัน นั่นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากถ้าเพียงแต่มันจะเป็นจริงสักนิด การคิดว่ารักก็ไม่ผิดไปจากการโกหกหลอกลวงกัน เพราะความรักเป็นได้เพียงฉันรัก หรือไม่รักเธอเท่านั้น
65. You come to love not by finding the perfect person, but by loving a person perfectly. - การคุณจะรัก มิใช่การรักคนที่สมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่ทว่าคือการคุณรักเขาสุดหัวใจต่างหาก
66. You know you love someone when you cannot put into words how they make you feel. - คุณรู้ตัวว่า คุณรักใครคนหนึ่ง ก็ต่อเมื่อ คุณไม่สามารถหาคำอธิบายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น
67. A memory of true love is like a favorite song; no matter how many times it plays again, you never get tired of it. - ความทรงจำเกี่ยวกับรักแท้ก็เหมือนเพลงโปรดของคุณ ไม่ว่าจะเล่นอีกสักกี่หน คุณก็ยังเต็มใจที่จะฟังอยู่
68. All the wealth of the world could not buy you a friend, nor pay you for the loss of one. - ทรัพย์สมบัติทั้งหมดบนโลกใบนี้ ไม่สามารถซื้อเพื่อนได้ ไม่สามารถแม้แต่จะจ่าย เพื่อให้ได้เพื่อนที่สูญเสียไปซักคนกลับคืนมา
69. A cute guy can open up my eyes, a smart guy can open up my mind, but only a nice guy can open up my heart. - ผู้ชายที่น่ารักสามารถสัมผัสได้แค่ดวงตาฉัน ผู้ชายที่ฉลาดก็สามารถสัมผัสเพียงความรู้สึกฉัน แต่มีเพียงผู้ชายที่ดีงามเท่านั้นที่สามารถสัมผัสหัวใจฉันได้
70. Certain chance occurrences have caused our paths to meet. Destiny has joined our hearts and made our lives complete. - ความบังเอิญแน่นอนที่ทำให้เราพบกัน และพรหมลิขิตก็ผนึกหัวใจสองเราเข้าด้วยกัน ได้เติมเต็มชีวิตซึ่งกันและกัน
71. Choosing a love and then being strong enough to live up to your commitment of love is the essence of love. - การเลือกที่จะรัก และเข้มแข็ง ทำตัวให้ดีสมกับที่อุทิศตนในรักนั้น คือแก่นแท้แห่งความรัก
72. Don't stop giving love even if you don't receive it. Smile and have patience. - อย่าหยุดที่จะหยิบยื่นความรัก ถึงแม้คุณจะไม่ได้รับมันตอบ จงยิ้มสู้และมีความอดทน
73. Don't love someone because of his outstanding physical looks, you love him for his outstanding heart! - อย่ารักใครที่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกของเขา ให้รักเขาที่จิตใจ
74. Don't look at someone by where they're from; rather, look at what they are, and what they do because true love has no boundries. - จงอย่าตัดสินผู้คนเพียงดูว่าเขามาจากไหน แต่จงมองว่าเขาเป็นใครและทำอะไร เพราะความรักไม่เคยมีขอบเขต
75. Every day is a new start and a chance to make right what went wrong yesterday. - ทุกๆ วันเป็นการเริ่มต้นใหม่ และเป็นโอกาสที่จะแก้ไขสิ่งผิดพลาดในวันวาน
76. Hate me if you wish but do not look back at me with tears in your eyes and hatred in your soul. - ฉันยอมให้เธอเกลียดฉันแค่เพียงเธอต้องการเท่านั้น แต่จงอย่าหันกลับมามองฉันด้วยน้ำตาและความโกรธเกลียดในห้วงลึกของใจเธอ
77. Here we are undivided by anything, just you and I. We've come so far no one else could ever steal away what we confide. - ไม่มีอะไรจะแบ่งแยกฉันและเธอจากกันได้เลย เรามาไกลเกินกว่าจะมีใครอื่นมาทำลายความเชื่อใจระหว่างเรา
78. It's hard to tell your mind to stop loving someone if your heart still does. - เป็นการยากที่จะบอกหัวใจให้หยุดรักใครซักคน ถ้าตราบใดที่หัวใจของคุณยังรักเขาอยู่
79. I am yours, you are mine, of that be sure. You are locked in my heart, the little key is lost and now you must stay there forever... - ฉันเป็นของเธอ และเธอก็เป็นของฉันเช่นกัน เธอ.. จะอยู่ตลอดไปในห้องเล็กๆ ที่ปิดตายในหัวใจฉัน
80. I don't regret the things I have done or the things I have chosen not to do because what ever I've done, I must have done something right because I ended up with you. - ฉันไม่เคยเสียใจในสิ่งที่ได้เลือกหรือทำไปแล้ว นั่นเพียงเพราะว่าทุกๆ สิ่งที่ฉันได้ทำคงจะเป็นเรื่องถูกต้องแล้วในเมื่อวันนี้ฉันมีเธออยู่เคียง ข้าง...
81. I'd give up my life if I could command one smile of your eyes, one touch of your hand. - ฉันจะยอมยกชีวิตให้ใครก็ตาม เพียงหากฉันประกาศิต เพื่อได้เห็นเพียงหนึ่งรอยยิ้มในแววตาและหนึ่งสัมผัสจากมือของเธอ
82. If I could live forever and all my dreams came true, I'd spend my life with you. - ถ้าฉันสามารถมีชิวิตอยู่ชั่วนิรันดร์และทำให้ความฝันทั้งหมดเป็นจริงได้ ฉันจะขอใช้ชีวิตอยู่กับเธอ
83. If you have reasons for loving someone, then you are using your mind, but if you love someone for no reason, then you are using your heart. - ถ้าคุณรู้ว่าคุณรักใครเพราะอะไร นั่นเพราะคุณใช้ความคิดในการรักเขาคนนั้น แต่เมื่อไหร่ที่คุณรักใครสักคนโดยไม่มีเหตุผล นั่นเพราะคุณใช้หัวใจรักเขา . 84. I'm not in love with your beauty, I only admire it... I Love You. - ฉันไม่ได้ตกหลุมรักคุณเพราะความสวยงามของคุณหรอก หากแต่เพียงชื่นชมมันเท่านั้น ฉันรักคุณเพราะคุณเอง
85. I love because you taught me how. I feel because you ignited feelings in my heart that I never knew were there before. I breathe because you give me reason to live... - ฉันรักเป็นเพราะเธอสอน ฉันรู้สึกเป็นเพราะเธอจุดประกายความรู้สึกที่ฉันไม่เคยเจอ และฉันมีชีวิตอยู่เพราะเธอ...
86. If your love were a grain of sand, mine would be a universe of beaches. - หากรักของเธอเป็นดั่งเม็ดทราย ความรักของฉันก็จะเป็นหาดทราย ที่พร้อมอยู่คู่เม็ดทรายบนจักรวาลนี้
87. I never knew what love was all about until I started looking at you; no one ever tried to tell or show me, so I finally figured it out for myself. What you need is someone who without you can't breathe. - ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าความเป็นอย่างไร จนกระทั่งได้พบคุณ ความรักได้ก่อร่างขึ้นเองในใจฉัน นั่นคือความรู้สึกที่ต้องการอยู่กับใครสักคนจนกระทั่งไม่สามารถมีชีวิตอยู่ ได้เพียงคนเดียว
88. It's not being in love that makes me happy. It's being in love with YOU that makes me happy. - ที่ฉันมีความสุขไม่ใช่เพราะมีความรักหรอก หากแต่เป็นเพราะได้รักเธอต่างหาก
89. In the arithmetic of love, one plus one equals everything, and two minus one equals nothing. - ในข้อที่ว่าเกี่ยวกับเลขคณิตของความรัก 1+1 จะเป็นได้ในทุกๆ สิ่ง และ 2 - 1 เท่ากับไม่มีอะไรเหลือเลย
90. If every raindrop would mean 'I love you!', it would rain the whole damn day. - ถ้าสายฝนที่แผ่ซ่านลงมาจากท้องฟ้าคือความรักของฉันที่มีให้คุณ มันคงเป็นดั่งพายุบ้าคลั่งที่ตกลงมาไม่ขาดสาย
91. If I was a flower in total darkness. Your love would be the little beam of light that keeps me alive. - ถ้าฉันเป็นได้ดั่งดอกไม้ในความมืดมิดทั้งมวล ความรักของเธอก็เป็นได้ดั่งลำแสงเล็กๆ ที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้ในความมืดนั้น
92. It only takes a second to say "I love you", but it will take a lifetime to show you how much. - ใช้เวลาแค่เพียงชั่ววินาทีในการบอกว่า "ฉันรักเธอ" แต่ใช้เวลาตลอดชีวิตในการแสดงให้เห็นว่า รักมากเพียงไร
93. Kindness in words creates confidence, kindness in thinking creates profoundness, kindness in giving creates love. - วาจาที่กรุณาจะสร้างความเชื่อมั่น จิตใจที่กรุณาจะสร้างความลึกซึ้งของจิตใจ และการให้ที่กรุณาจะก่อให้เกิดรัก
94. My heart love till now for sweared sight, for I never saw true beauty till this night. - ด้วยหัวใจรักของฉัน สาบานได้เลยกับสิ่งที่เห็น ฉันไม่เคยเห็นอะไรที่สวยงามเท่าในคืนนี้เลย
95. Only once in a lifetime love rushes in, changing you with the tide. - ในชีวิตเราจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่ความรักจะวิ่งเข้าใส่ และทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปตามความรักนั้น
96. Some people wish they were little again cause skinned knees are easier to fix then broken hearts. - หลายคนที่หวังจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพียงเพราะว่าแผลถลอกที่หัวเข่าหายได้เร็วกว่าการอกหัก
97. Somebody says you can break a heart but that's not true, you can only hurt it. - ใครคนหนึ่งบอกไว้ว่า คุณสามารถทำให้หัวใจดวงหนึ่งแตกสลายได้ แต่มันไม่จริงหรอก คุณทำได้เพียงให้มันเจ็บปวดเท่านั้น
98. The love is like a sweet, gentle breeze caressing the very essence of my soul. - ความรักดั่งขนมหวาน สดชื่นปานสายลมไหวอ่อน ที่ปลอบประโลมจิตวิญญาณฉัน
99. Though miles may lie between us, we're never far apart. For friendship doesn't count the miles, it's measured by the heart. - ถึงแม้เราจะห่างกันไกล แต่เราไม่เคยห่างไกลกัน เพราะมิตรภาพนั้น ไม่สามารถวัดด้วยระยะทาง แต่วัดด้วยหัวใจ
100. The basis of love is respect, and that needs to be learned from affection and friendship. - รากฐานที่สำคัญสำหรับความรักมาจากการเคารพในตัวกันและกัน และความต้องการในการเรียนรู้จากความรักและความสัมพันธ์นั้น
101. Though miles may lie between us, we're never far apart. For friendship doesn't count the miles, it's measured by the heart. - ถึงแม้เราจะห่างกันไกล แต่เราไมเคยห่างไกลกัน เพราะมิตรภาพนั้น ไม่สามารถวัดด้วยระยะทาง แต่วัดด้วยหัวใจ
102. The basis of love is respect, and that needs to be learned from affection and friendship. - รากฐานที่สำคัญสำหรับความรักมาจากการเคารพในตัวกันและกัน และความต้องการในการเรียนรู้จากความรักและความสัมพันธ์นั้น
103. The joy of loving always heals the hurt of Loving. - ความสุขที่ได้จากการรักนั้น รักษาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความรักได้เสมอ
104. True love is something you feel deep inside, a feeling that you find impossible to hide. - ความรักที่แท้จริงคือบางสิ่งบางอย่าง ที่คุณรู้สึกได้ในส่วนลึกของใจ เป็นความรู้สึกที่คุณไม่อาจปิดบังซ่อนเร้น
105. True Love comes only once to a person but I have felt it many times for you. - คนเราจะเจอความรักที่แท้จริงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่ฉันให้ความรักนี้แก่เธอได้หลายครั้ง
106. True love is to reach out to the one you love and touch their heart, and never be able to let go again; to hold them not for a moment, but forever. - ความรักที่แท้จริงจะสามารถสื่อไปถึงใจของคนที่เธอรัก และเขาจะสัมผัสสิ่งนั้นได้ ความรักจะจับจิตใจเขาไว้ไม่ใช่เพียงแค่ชั่วคราว แต่ตลอดไป...
107. True love is not attraction. It is not a game. It is not a length of time. It is perfection. Do not stop looking until you have found perfection. - ความรักที่แท้จริงไม่ใช่ทั้งความเสน่หา ไม่ใช่ทั้งเกม และไม่ใช่ระยะเวลา แต่เป็นความสมบูรณ์แบบ ดังนั้นจงอย่าหยุดที่จะมองหารักจนกว่าจะได้เจอความสมบูรณ์แบบนั้น
108. The first time I saw you I already knew, there was something inside of you. Something I thought that I would never find... Angel of mine. - แค่ครั้งแรกที่ฉันได้พบเธอ ฉันก็รู้แล้วว่าต้องมีบางสิ่งในตัวเธอ บางสิ่งที่ฉันไม่เคยได้พบจากใคร เธอ.. คือ นางฟ้าในดวงใจฉัน
109. The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart. - สิ่งที่สวยงามที่สุดมิอาจสัมผัสได้โดยสัมผัสทางกาย ทว่าต้องรับรู้ผ่านหัวใจ
110. True love is like a jigsaw puzzle. The pieces will find themselves when they are right for each other. - ความรักที่แท้จริงก็เหมือนกับเกมจิ๊กซอร์ ชิ้นส่วนทั้งหมดจะสามารถค้นพบตัวเองได้ก็ต่อเมื่อแต่ละชิ้นสามารถหาชิ้นที่" ใช่"สำหรับตัวมันเอง
111. True love is like ghosts, which everyone talks about but few have seen. - รักแท้เหมือนผีหรือปิศาจ ที่ทุกคนกล่าวขวัญถึง แต่คนน้อยนักที่จักได้เห็น
112. The perfect marriage begins when each partner believes they got better than they deserve. - การแต่งงานที่สมบูรณ์แบบเริ่มขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างเชื่อว่า พวกเค้าได้รับสิ่งที่ดีเกินกว่าที่ตัวเองสมควรจะได้รับ
113. Thoughts of you warm my heart like a moon lit summer night. - การที่ได้คิดถึงคุณ ก็อบอุ่นไปทั้งหัวใจ เหมือนได้เคลิบเคลิ้มแสงจันทร์ในคืนฤดูร้อน
114. The dreams of yesterday are todays goals and tomorrows successes. - ความฝันในวันวาน คือจุดหมายในวันนี้ และความสำเร็จในวันหน้า
115. The most precious gift in this world that comes into a man's possession is a woman's heart. - ของขวัญเลอค่าในโลกนี้ ที่ผู้ชายคนหนึ่งสามารถมีไว้ครอบครองได้ นั่นก็คือ หัวใจของผู้หญิงที่เขารัก
116. When you love someone, all your saved up wishes start coming out. - เมื่อคุณนักใครสักคน ความปรารถนาที่คุณเคยเก็บไว้จะพรั่งพรูออกมา
117. We may not always know the moment that love begins, but we always know when it ends. - เราไม่เคยรู้เลยว่าความรักเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่เราจะรู้ดีเสมอเมื่อมันสิ้นสุดลง
118. Why is it that the most beautiful things in life are often the most dangerous? Sunlight, Trust, and Love are just a few. In Life, there will be sunburn, broken promises, and, of course, broken hearts. - สิ่งที่สวยงามที่สุดสามารถเปลี่ยนแปรไปเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดได้ ทั้งแสงอาทิตย์ที่สวยงามก็อาจเผาผิวคุณได้ ความเชื่อถือที่สามารถกลายเป็นการผิดสัญญา และแน่นอน ความรักก็กลายเป็นการสูญเสียได้
119. Within you, I lose myself. Without you, I find myself... forever searching to be lost again. - เมื่ออยู่กับเธอฉันสูญเสียตัวตนของฉัน เมื่อขาดเธอฉันได้ค้นพบตัวเอง แต่ฉันก็ยังค้นหาทางที่สูญเสียมันไปอีกครั้ง
120. When a young man complains that a young woman has no heart, it is pretty sure that she has his. - เวลาที่ชายหนุ่มคร่ำครวญว่า หญิงสาวคนนั้นไม่มีหัวใจ แน่นอนเลยว่า หล่อนมีเขาอยู่เต็มหัวใจ
121. When loving someone..never regret what you do..only regret what you didn't do. - เวลารักใคร..อย่าเสียใจในสิ่งที่คุณได้ทำ เสียใจเพียงสิ่งที่คุณไม่ได้กระทำ
122. What makes the person you cared about happy might on the other hand leave you so lonely. - อะไรที่ทำให้คนที่เรารักและห่วงใยมีความสุข อาจกลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราอ้างว้างเมื่อยามจากไปได้เหมือนกัน
123. When you love, don't give your all, but give your best. It's not quantity after all, it's quality. - เมื่อคุณมีรัก มิใช่มอบให้เขาทั้งหมด แต่จงให้ในสิ่งที่ดีที่สุด เพราะทั้งหมดไม่ใช่ปริมาณ แต่เป็นคุณภาพต่างหาก
124. When looking for love, don't be selfish and look just to be loved,look for love to give all the love you have. Only then can you find love. - ในขณะที่คุณกำลังชำเลืองหาความรัก จงอย่าเห็นแก่ตัวที่จะรับความรักแต่เพียงฝ่ายเดียวแต่จงค้นหาความรักที่ทำ ให้คุณรู้จักการให้ในความรักที่คุณมีทั้งหมด เมื่อนั้นคุณจะค้นพบความรัก
125. Words can simply not reveal the degree of ecstasy. Only you can make me feel when you give your love to me. - เพียงแค่คำพูด ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงความปลาบปลื้มมากมายนั้นได้ เพียงอย่างเดียวที่คุณจะทำให้ฉันรู้สึกได้ ก็ต่อเมื่อคุณได้มอบความรักนั้นกับฉัน
126. What once was shattered, and undone. Now, behold, the two made one. - แม้ว่าครั้งนึงระหว่างเราเลิกรากันไป แต่ช่วงเวลานี้.. ดูสิ เรารวมสองใจไว้เป็นเพียงหนึ่งแล้ว
127. When you're in love...life is like a romance novel that you never want to end. - เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก ..ชีวิตก็เหมือนดั่งนิยายที่คุณอ่านไม่จบ
128. When you love someone...you'll do anything to reach the heart of the one you love. - เมื่อคุณรักใครสักคน...คุณจะทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเขา
129. When you feel true love...you follow the way of the heart. - เมื่อมีรักแท้...คุณก็พร้อมที่จะไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ
130. When love is in your heart...life is so good it's like a dream. - เมื่อมีรักในใจ..ชีวิตก็งดงามดุจความฝัน
131. When you're in love it has a strange affect on everything you do. - เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งความรัก รักนั้นดูเหมือนจะมีอิทธิพลกับทุกสิ่งที่คุณทำอย่างประหลาด
132. When you love someone...everything around you can feel the warmth of your love. - เมื่อคุณรักใคร...ทุกสิ่งรอบๆ ตัวคุณดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแห่งรักนั้น
133. When you're in love your only aim is for the heart of the one you love. - เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก...สิ่งเดียวที่คุณปราถนาคือ หัวใจรักตอบแทน
134. When love is in your heart ..it inspires you to be the best you can be. - เมื่อใจคุณมีรัก...รักนั้นจะบันดาลให้คุณทำทุกสิ่งได้ดีเยี่ยม
135. When you love someone... the seeds you plant grow into love. - เมื่อคุณรักใคร...เมล็ดพันธุ์ที่คุณปลูกก็งอกงามเป็นความรัก
136. When you're in love you have love to share with everything around you. - เมื่อคุณมีรักคุณก็อยากแบ่งปันรักนั้นกับทุกสิ่งรอบๆ ตัว
137. When love is in your heart you're happy doing the simple chores of life. - เมื่อคุณมีรักในหัวใจ...แม้เรื่องธรรมดาประจำวัน ก็ดูจะทำให้คุณมีความสุขได้
138. When you love someone no matter how you add it up,the answer remains the same. - เมื่อคุณรักใครสักคน...ไม่ว่าคุณจะคิดไปทางใด คำตอบก็ดูจะออกมาเหมือนเดิมเสมอ
139. When you're in love the treasure you seek is true and endless love. - เมื่อคุณตกอยู่ในห้วงแห่งรัก...สมบัติล้ำค่าสิ่งเดียวที่คุณแสวงหา ก็คือรักแท้อันเป็นนิรันดร์
140. When you're bound with love you're a happy prisoner... - เมื่อคุณถูกพันธนาการด้วยรัก...คุณก็คือนักโทษที่มีความสุขที่สุด
141. When you love someone ...you just can't keep it to yourself. - เมื่อคุณรักใครสักคน...ก็ดูเหมือนว่าคุณจะเก็บรักนั้นไว้ในใจคนเดียวไม่ได้
142. When you're in love you feel like your heart can life you to a higher place and put you on top of the world... - เมื่อคุณอยู่ในห้วงแห่งรัก ... คุณจะรู้สึกราวกับว่า หัวใจพาตัวคุณล่องลอยสู่ความสุขเหนือคนทั้งโลก
143. The only abnormality is the incapacity to love. - ได้มีรักและสูญเสียมันไป ยังดีเสียกว่า ไม่รู้จักความรักเลย
144. Thoughts of you brighten up my day. - การได้คิดถึงคุณ ทำให้วันของฉัน..สว่างไสว
145. Love is composed of a single soul inhabiting two bodies. - ความรักคือ การรวมจิตวิญญาณของคนสองคนให้เป็นหนึ่ง
146. If I can stop one heart from breaking, I shall not live in vain. - ถ้าฉันสามารถหยุดหัวใจเพียงหนึ่งเดียวนี้ไม่ให้แตกสลายได้ ฉันคงไม่อยู่อย่างเปล่าไร้เช่นนี้
147. If you love something...let it go, if it comes back to you it was truly meant to be. - ถ้าคุณรักในใครซักคน จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เพราะถ้าคู่กันแล้ว ยังไงซะเขาก็เป็นของคุณ
148. It's easy to say 'I LOVE YOU'. But only 'I DO' says you're really one, for always... - คําว่ารักใครก็พูดได้ แต่สิ่งสําคัญกว่านั้นคือรักที่รักจริงๆ จากหัวใจ
149. Love has no control and neither does one's mind when they are in love. - ความรักไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ ไฉนเราจะบังคับคนที่กำลังมีความรักได้
150. True love lasts forever. - ความรักที่แท้จริงเป็นอมตะ
151. Where the relation is one of love, words are of no use. - คำพูดใดๆ ก็ไม่จำเป็นในที่ที่ความสัมพันธ์เกิดจากความรัก
152. Love conquers everything. - ความรักชนะทุกสิ่ง
153. When love meets happiness begins. - เมื่อความรักมาบรรจบ ความสุขก็เริ่มต้น
154. Don't go find LOVE, Let LOVE finds you. - จงอย่าไขว่คว้าหารัก จงให้รักตามหาคุณ
155. Love has its ways. - ความรักมีหนทางของมัน
156. If you never get your heart broken, you'll never learn to love. - ถ้าหากคุณไม่เคยอกหัก คุณก็ยังไม่รู้จักความรัก
157. Love is like an hourglass with the heart filling up as the brain empties. - ความรักเปรียบเสมือนนาฬิกาทราย ที่เติมเต็มไปด้วยความรัก และมีแค่รักเท่านั้น
158. Love sees not with the eyes but with the Mind. - ความรักไม่สามารถเห็นได้ด้วยด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยใจ
159. Where's ever you go, go with all your heart. - ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน จงไปพร้อมใจทั้งหมดของคุณ
160. He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more;He who loses faith, loses all. - เขา..ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินไป เขา..สูญเสียมากเหลือเกิน เขา..ผู้สูญสิ้นเพื่อนไป เขา..สูญเสียมากกว่า เขา..ผู้สูญสิ้นความศรัทธา เขา..ผู้นั้น.. สูญเสียยิ่งกว่าใครๆ
161. If you always do what interests you, then at least one person is pleased. - ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ
162. Only two things are infinite, the universe and human stupidity, and I'm not sure about the former. - มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น
163. You get the best out of others when you give the best of yourself. - คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป
164. The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes. - ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง
165. The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi. - ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว
166. The only thing in life achieved without effort is failure. - มีเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายคือความล้มเหลว
167. Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them. - บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ
168. No bird soars too high if he soars with his own wings. - ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง
169. Forgive your enemies, but never forget their names. - จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด
170. Even a Step back can be fatal. - แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้
171. Imagination is more important than knowledge. - จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี
172. Do what you can, with what you have, where you are. - ทำในสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ พร้อมกับสิ่งที่คุณมีและที่ที่คุณอยู่
173. Freedom is nothing else but a chance to do better. อิสรภาพ ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นเลย หากแต่คือโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น
174. The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams. - อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเองเท่านั้น
175. God gives every bird it's food, But He does not throw it into it's nest. - พระเจ้ามอบอาหารให้แก่นกทุกตัว แต่ไม่เคยโยนอาหารให้ถึงรังของนกเหล่านั้น
176. There is Nothing so Sweet as Love's Young Dreams! - ไม่มีสิ่งใดจะหอมหวานเท่ากับความฝันในวัยเยาว์
177. First say to yourself what you would be, and then do what you have to do. - สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งใจกับตัวเอง และลงมือทำ
178. When a man is in love or in debt, someone else has the advantage. - เมื่อผู้ใดตกอยู่ในห้วงรักหรือเป็นหนี้สิน เขาผู้นั้นย่อมเสียเปรียบผู้อื่น
179. There is only one happiness in this life, to love and be loved. - ความสุขเพียงสิ่งเดียวในชีวิตของเราก็คือการได้รักและการได้รับความรัก
180. Love can hurt but the things it brings are worth death. - ความรักมักนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่นั่นก็คุ้มค่าพอที่เราจะตายเพื่อมัน
181. Love gives itself; it is not bought. - ความรักให้คุณค่าในตัวมันเอง ไม่เคยนำพาสิ่งใดมาให้เรา
182. The course of true love never did run smooth. - ไม่มีบทเรียนรักที่แท้จริงบทไหนที่ราบรื่น
183. Sometimes, separate is the best way to go. - ในบางเวลาการอยู่คนเดียวก็เป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
184. "Said I love you but I lie." - รักคุณเกินจะเอ่ยคําใดมาทดแทน
185. Keep Faith In Me I Will Not Let You Down. - ขอแค่เพียงศรัทธาในตัวฉัน ฉันไม่มีทางปล่อยคุณให้ผิดหวัง
186. If equal affection cannot be, let the more loving be me. - หากว่าโลกนี้ไม่มีความรักที่เท่าทียม ก็ขอให้ฉันได้รับส่วนที่มากกว่า
187. The way to love anything is to realize that it might be lost. - วิธีการที่จะรักอะไรก็ตามแต่ จะต้องตระหนักว่าเราอาจจะสูญเสียมันไปซักวัน
188. A woman's heart is an ocean of secrets. - ใจของหญิงยากที่จะหยั่งเช่นความลับของมหาสมุทร
189. It is wonderful to be silent with somebody. - การได้อยู่เงียบๆ กับบางคน บางครั้งก็วิเศษมาก
190. To handle yourself, use your head; To handle others, use your heart. - จงใช้ความคิดเพื่อที่จะควบคุมตัวเอง แต่จงใช้หัวใจเพื่อควบคุมคนอื่น
191. What we see depends mainly on what we look for. - สิ่งที่เราเห็นจะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับว่าเรามองหาอะไร
192. Who does not have Friends only lives half a Life. - ใครก็ตามไม่เคยมีเพื่อน เขาผู้นั้นได้มีชีวิตอยู่เพียงครึ่งชีวิตเท่านั้น
193. A friend is a present you give yourself. - เพื่อนคือของขวัญที่คุณมอบให้แก่ตัวเอง
194. The way to be happy is to make others so. - หนทางที่จะทำให้คุณมีความสุขคือการทำให้คนอื่นมีความสุขเช่นคุณ
195. Forget just so you may remember again. - ยิ่งพยายามที่จะลืม ก็ยิ่งจดจำได้ขึ้นใจ
196. Laughter is a tranquilizer with no side effects. - การหัวเราะเป็นยากล่อมประสาทขนานเอกที่ไม่มีผลข้างเคียง
197. If the world seems cold to you, kindle fires to warm it. - ถ้าโลกดูเหมือนจะเยือกเย็นเกินไปสำหรับคุณ ก็จงจุดไฟขึ้นมาด้วยตัวเอง
198. Trust in God. Believe in yourself. Dare to dream. - จงวางใจพระเจ้า เชื่อในตัวเอง และกล้าที่จะฝัน
199. Love bonds us together though me may be far apart. - ความรักโยงใยหัวใจของเราเข้าด้วยกัน ถึงแม้ตัวฉันจะจากไกล
200. Love is spawned from caring and sharing, not just a few words. - ความรักเกิดจากการเอาใจใส่และแบ่งปัน ไม่ใช่คำพูดแค่สองสามคำ
1. ศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตเรา คือ ตัวเราเอง The most formidable enemy in one’s life is oneself
2. ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ ความอวดดี The biggest failure in one’s life is self-important.
3. การกระทำที่โง่เขลาที่สุดในชีวิตเรา คือ การหลอกลวง The unwiset act in one’s life is deceit.
4. สิ่งที่แสนสาหัสที่สุดในชีวิตเรา คือ ความอิจฉาริษยา The most miserable act in one’s life is jealousy.
5. ความผิดพลาดมหันต์ที่สุดในชีวิตเรา คือ การยอมแพ้ตนเอง The gravest mistake in one’s life is self-abundonment.
6. สิ่งที่เป็นอกุศลที่สุดในชีวิตของเรา คือ การหลอกตัวเอง The most sinful act in one’s life is self-deception.
7. สิ่งที่น่าสังเวชที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ การถดถอยของตัวเอง The most pitiful temperament in one’’s life is self-abasement.
8. สิ่งที่น่าสรรเสริญที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความอุตสาหะวิริยะ The most admirable spirit in one’’s life is perserverance.
9. ความล้มละลายที่สุดในชีวิตเรา ก็คือ ความสิ้นหวัง The most complete bankruptcy in one’’s life is despair.
10. ทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเรา คือ สุขภาพที่สมบูรณ์ The greatest wealth in one’’s life is health.
11. หนี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ หนี้บุญคุณ The heaviest debt in one’’s life is a debt gratitide for other’s help.
12. ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเรา คือ การให้อภัยและความเมตตา The groundest gift in one’’s life is forgiveness and kindness,
13. ข้อบกพร่องที่ใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตเรา คือ การมองโลกในแง่ร้ายและไร้เหตุผล The biggest shortcoming in one’’s life is permissism on unreason.
14. สิ่งที่ทำให้อิ่มอกอิ่มใจมากที่สุด คือ การให้ทาน The greatest gratification in one’’s life is alms giving
"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes." - - Benjamin Disraeli - - ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง
"You get the best out of others when you give the best of yourself." - - Harvey Firestone - - "คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"
"If you always do what interests you, then at least one person is pleased." - - Katherine Hepburn - - ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ
"Only two things are infinite, the universe and human stupidity, and I'm not sure about the former." - - Albert Einstein - - มี เพียงสองสิ่งเท่านั้นที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้ สิ่งหนึ่งคือจักรวาล และอีกสิ่งคือความโง่เขลาของมนุษย์ ทว่าฉันไม่แน่ใจว่าจักรวาลจะเป็นเช่นนั้น
"Life remains the same until the pain of remaining the same becomes greater than the pain of change." - - Anonymous - - ชีวิตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งความเจ็บปวดจากความนิ่งเฉย จะมากกว่าความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลง
"He who loses money, loses much; He who loses a friend, loses more; He who loses faith, loses all." - - Anonymous - - เขา..ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินไป เขา..สูญเสียมากเหลือเกิน เขา..ผู้สูญสิ้นเพื่อนไป เขา..สูญเสียมากกว่า เขา..ผู้สูญสิ้นความศรัทธา เขา..ผู้นั้น.. สูญเสียยิ่งกว่าใครๆ
"The determined man finds the way, the other finds an excuse or alibi." - - Anonymous - - ผู้ที่แน่วแน่และมุ่งมั่นจะหาหนทางแก้ปัญหา ในขณะที่คนอื่นจะหาหนทางแก้ตัว
"The only thing in life achieved without effort is failure." - - Anonymous - - มีเพียงสิ่งเดียวในชีวิตที่จะสามารถพิชิตได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายคือความล้มเหลว
"Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them." - - Anonymous - - บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ
"No bird soars too high if he soars with his own wings." - - William Blake - - ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง
"Obstacles are those frightful things you see when you take your eyes off your goals." - - Anonymous - - อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง
"Advice is like snow; The softer it falls the longer it dwells upon, and the deeper it sinks into, the mind." - - Samuel Taylor Coleridge - - คำแนะนำเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา ยิ่งบางเบาเพียงใดก็ยิ่งแตะเพียงเปลือกนอก และยิ่งหนักหนาเท่าใดก็ยิ่งลึกถึงความรู้สึกเท่านั้น
"There is nothing either good or bad but thinking makes it so." - - W.Shakespeare - - ไม่มีสิ่งใดๆในโลกที่ดีหรือเลว มีแต่ความคิดของเราเท่านั้นที่ทำให้เกิดความดีและความเลว
"Great minds discuss ideas; Average minds discuss events; Small minds discuss people." - - Anonymous - - จิตใจที่ยิ่งใหญ่วิพากย์วิจารณ์ความคิด จิตใจสามัญวิพากวิจารณ์เหตุการณ์ แต่จิตใจที่ต่ำต้อยนั้นวิจารณ์เพียงผู้คน
"Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it." - - D.Kaye - - ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา
"Forgive your enemies, but never forget their names." - - J.F.Kennedy - - จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด
"The only man who never makes mistakes is the man who never does anything." - - T.Roosevelt - - คนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
"If you want to increase your success rate,double your failure Rate." - - T.Watson Jr (Founder of IBM) - - ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จมากขึ้นหนึ่งเท่าตัว จงเพิ่มความล้มเหลวเป็นสองเท่าตัว
"Even a Step back can be fatal." - - W.Brudzinski - - แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้
"Imagination is more important than knowledge." - - Albert Einstein - - จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี
"The reward of a good thing well done is to have it done." - - Ralph Waldo Emerson - - รางวัลของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยมคือการได้สร้างมันขึ้นมา
"You see things and you say, 'Why?'!But I dream things that never were; and I say, 'Why not?" - - George Bernard Shaw - - คุณเห็นบางสิ่งบางอย่าง คุณจะพูดว่า"ทำไม" ในขณะที่ฉันได้เห็นความฝันของฉันซึ่งไม่เคยเป็นไปได้ ฉันพูดว่า "ทำไมถึงไม่มีสิ่งนั้นล่ะ"
"Do what you can, with what you have, where you are." - - Theodore Roosevelt - - ทำในสิ่งที่คุณสามารถจะทำได้ พร้อมกับสิ่งที่คุณมีและที่ที่คุณอยู่
"Freedom is nothing else but a chance to do better." - - Albert Camus - - อิสรภาพ ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นเลย หากแต่คือโอกาสที่จะทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น
"The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams." - - Eleanor Roosevelt - - อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเองเท่านั้น
"God gives every bird it's food, But He does not throw it into it's nest". - - Anonymous - - พระเจ้ามอบอาหารให้แก่นกทุกตัว แต่ไม่เคยโยนอาหารให้ถึงรังของนกเหล่านั้น
"When life is giving you a hard time, try to endure and live through it. You must never run away from a problem. Convince yourself that you will survive and get to the other side." - - Margaret Ramsey * British literary agent - - เมื่อ คุณเห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณเผชิญอยู่ และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณสามารถทำให้คุณฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมัน ไปได้
"There is Nothing so Sweet as Love's Young Dreams!" - - Anonymous - - ไม่มีสิ่งใดจะหอมหวานเท่ากับความฝันในวัยเยาว์
"First say to yourself what you would be, and then do what you have to do." - - Epictetus (55-135 C.E.) - - สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งใจกับตัวเอง และลงมือทำ
"A person who lives right, and is right, has more power in their silence than another has by words." - - Phillips Brook - - บุคคลที่มีชีวิตอยู่อย่างถูกต้องและเหมาะสมแม้อยู่ในความเงียบก็แลมีอำนาจกว่าผู้อื่น
"No bird soars too high if he soars with his own wings." - - William Blake - - ไม่มีนกตัวใดบินสูงเกินไปถ้ามันบินด้วยปีกของมันเอง
"Obstacles are those frightful things you see when you take your eyes off your goals." - - Anonymous - - อุปสรรคคือสิ่งที่น่าตกใจก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้มองไปที่จุดหมายปลายทาง
"Forgive your enemies, but never forget their names." - - J.F.Kennedy - - จงยกโทษให้แก่ศัตรูของคุณ แต่อย่าลืมชื่อของพวกเขาเป็นอันขาด
"Even a Step back can be fatal." - - W.Brudzinski - - แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้
"Imagination is more important than knowledge." - - Albert Einstein - - จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี
"The reward of a good thing well done is to have it done." - - Ralph Waldo Emerson - - รางวัลของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยมคือการได้สร้างมันขึ้นมา
"Glory in life is not in never failing, But rising each time we fail." - - Anonymous - - ความสำเร็จในชีวิตไม่ใช่การที่ไม่เคยพ่ายแพ้ หากแต่เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ล้มลง
"It is never too late to be what you might have been." - - George Eliot - - ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น
"Do not be too timid and squeamish about your actions. All life is an experiment." - - Ralph waldo Emerson - - อย่าขาดความมั่นใจในตัวเอง และตระหนกตกใจในสิ่งที่คุณทำ ทุกๆสิ่งคือประสบการณ์
"Learn from the mistakes of others You can't live long enough to make them all yourself." - - Anonymous - - จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นเพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดนั้นได้ทั้งหมดในช่วงชีวิตของเราเอง
"The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes." - - Benjamin Disraeli - - ความลับของความสำเร็จคือเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง
"You get the best out of others when you give the best of yourself." - - Harvey Firestone - - "คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดของคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป"
"If you always do what interests you, then at least one person is pleased." - - Katherine Hepburn - - ถ้าคุณลงมือทำในสิ่งที่คุณสนใจอยู่เสมอ อย่างน้อยจะมีคนคนหนึ่งที่พอใจ
“What cannot will be done, for every living thing under the sun I'm caught up in a dream, I'm gonna wish for it all No one's gonna tell me how, no way, this is my dream now
I'm caught up in what seems simply impossible I ain't gonna change a thing, no way, it's my dream, this is my dream What if...I close my eyes and everything will be alright
Here in my fantasy, living in harmony Make my dream come alive
Now, if you can imagine this, the whole world sharing one big kiss.”
by by Dr. Joseph Parry June 03
Walk with a friend in the dark way is better than walk alone in the light way... May 05
เมื่อท่านเปลี่ยนช่องบ่อยๆขณะดูทีวี
ห้ามอ่านคำว่า(เปลี่ยนช่อง) สมมุติว่าคุณดูทีวีแล้วเอารายการแต่ละช่องมาต่อกันจะเกิด........
(เริ่ม) สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่านช่อง3เปิดสถานีวันนี้เรามาพบกับ
(เปลี่ยนช่อง) สินค้าสุขภัณฑ์ในครัวเรือนของคุณต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองจาก
(เปลี่ยนช่อง) กองกำลังผสม ซึ้งนำโดยสหรัฐและอังกฤษได้เข้าสู้
(เปลี่ยนช่อง) สถานีวิทยุโทรทัศน์ กองทัพบกช่อง 7 ร่วมกับ
(เปลี่ยนช่อง) นางอองซาน ซูจี และสมาชิกพรรคเอ็น แอล ดี ถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ใน
(เปลี่ยนช่อง) ทะเลทรายซาฮาร่า เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่รอการ
(เปลี่ยนช่อง) ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้มันถึงเวลาแล้วที่เราจะ
(เปลี่ยนช่อง) การ์ดสแลช กิลมอสเปลี่ยนร่างเป็น
(เปลี่ยนช่อง) ประธานาธิปดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช และนายโทนี่แบล์ร์ได้พบปะหารือกันเพื่อ (เปลี่ยนช่อง) สุขภาพลูกน้อยของคุณ ผ้าอ้อมแพมพอร์ส ดีต่อ
(เปลี่ยนช่อง) ...ต่อหน้าฉันเธอทำอยากนั้นได้อย่างไร (เพลง)
(เปลี่ยนช่อง) ทำได้ด้วยกันยิงประตูขึ้นนำในนาทีที่ 28โดย
(เปลี่ยนช่อง) อีเหล้าลูกไม่รักดีตอนแกเกิดฉันน่าจะ
(เปลี่ยนช่อง) โอมมะลึกกึ้กกึ๋ย มะลึกกึ้กกึ๋ย มะลึกกึ้กกึ๋ย
(เปลี่ยนช่อง) เมื่อพระสงฆ์สวดพระคาถาจบแล้วลำดับต่อไป
(เปลี่ยนช่อง) เชิญพบกับข่าวต่างประเทศ เราจะเริ่มกันที่การประชุม APEC ชึ่งได้ข้อสรุปว่า
(เปลี่ยนช่อง) แมลงสาบน่าเกรี๊ยด น่าเกลียดไต่กันยั้งเยี้ย ทำลายข้าวของ วันนี้เรา
(เปลี่ยนช่อง) ไม่รอให้ฟ้าสาง ให้ดิน ลิขิต ไม่ปล่อยให้ชีวิตผ่านไป ไม่ว่า
(เปลี่ยนช่อง) การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันนี้อาจมีข้อขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ในที่สุด
(เปลี่ยนช่อง) สมเด็จพระนเรศวรประกาศอิสรภาพในวันที่4ก.ค.ซึ่งส่งผลให้
(เปลี่ยนช่อง) โนบิตะสอบตกอีกแล้ว
(เปลี่ยนช่อง) ไชโยไชโย ไชโย กินเหล้าขวดโตแล้วหาแฟนใหม่แฟนเก่า (เพลง)
(เปลี่ยนช่อง) คือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ คือคนไทยผู้ยิ่งยง (เพลง)
(เปลี่ยนช่อง) แล้วพบกันใหม่วันนี้ 5นาฬิกา สำหรับตอนนี้ สวัสดี
หากเปรียบความสุขเหมือนสี.. เราอาจจะให้นิยามสีแห่งความสุขของเราได้แตกต่างกัน..
มีหลายคนที่บอกว่า.. สีความสุขของเราเป็นสีขาว.. เพราะเป็นความสุขที่บริสุทธิ์ใจ..
อาจจะมีบางคนที่บอกว่า.. สีความสุขของเราเป็นสีแดง.. เพราะเป็นความสุขที่ต้องดิ้นรนต่อสู้..
แต่ก็มีอีกหลายคนที่บอกว่า.. สีความสุขของเราเป็นสีดำ.. เพราะความสุขที่ได้รับ..แลกมาด้วยความยากลำบาก..
และเกือบทุกคนที่มักจะบอกว่า.. สีความสุขของเราเป็นสีชมพู.. เพราะเป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากความรัก..ความเอาใจใส่..
หากนิยามให้ครบทุก ๆ สีแห่งความสุข.. เราคงได้รับนิยามแห่งความสุขอย่างมากมาย.. แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่า.. หากเราเอาทุกสีที่มีอยู่บนโลกนี้..มาผสมรวมกัน.. เราจะได้สีแห่งความสุขเป็นสีอะไร ??
ลองทดสอบดู.. เราจะรู้ว่า..สีแห่งความสุข.. เมื่อนำมาผสมรวมกัน.. จะเป็นสีแห่งความสมดุลของธรรมชาติ.. ที่วางเปล่า..แบบไม่น่าเชื่อ..
สีแห่งความสุขของเราก็เช่นเดียวกัน.. หากเราลองรวบรวมประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต.. เหมือนกับการนำสีมาผสมรวมกัน.. สีแห่งประสบการณ์ชีวิตของคนเรา.. ก็มีทั้งสุขและทุกข์..คละเคล้าปะปนกันไป..
สีแห่งความสุข.. คือ..บทพิสูจน์ที่ว่า.. ความสุข..ความทุกข์.. เกิดจากการแต่งเติมสีภายในจิตใจของเรา..
เราจะปรุงแต่งอารมณ์..ความรู้สึกแบบใด..ลงไปในจิตใจ.. ใจของเรานั่นแหละ..ที่จะบอกเราได้ว่า.. เรามีความสุขหรือความทุกข์..
บทความ...โดย..ชายน้อย..
--- ความต่างที่ดูไม่ออก ---
น้ำ 2 แก้วถูกวางอยู่บนโต๊ะ แก้วทั้งสองใบมีลักษณะเหมือนกัน และน้ำที่ถูกบรรจุก็ยังมีปริมาตรที่เท่ากัน ความใสของมันยากที่เราจะแยกแยะด้วยตาเปล่าออก น้ำสองแก้วถูกวางเปรียบเทียบกันเพื่อหาความแตกต่าง ระหว่างกัน แน่นอนหากไม่มีเครื่องมือเข้าช่วยเราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าน้ำทั้งสองแก้ว มีความแตกต่างกันอย่างไร
น้ำแก้วแรกถูกนำมาจากแหล่งน้ำบริสุทธิ์บนยอดเขาอันแสนไกล และยากที่จะสามาถนำกลับมาได้ในเวลาเพียง 1-2 วัน
ส่วนแก้วที่ 2 ซื้อมาจากร้านค้าข้างบ้าน.....
แค่แหล่งที่นำมาก็เพียงพอที่จะบอกถึงความแตกต่างของน้ำทั้งสองแก้วนี้ได้
แต่ ถ้าให้onnลองพิสูจน์ดื่มน้ำทั้งสองแก้วนี้ดู สมมุติว่าonnกำลังกระหายน้ำมากและในขณะนั้นมีน้ำวางอยู่สองแก้ว onnไม่รู้เลยว่าทำไมต้องมีน้ำวางอยู่สองแก้ว และทั้งสองแก้วมันไม่เหมือนกันยังไง onnอาจจะยกมันขึ้นมาดูตะกอน เพื่อให้แน่ใจว่าสะอาด
แต่แล้วonnคิดว่ายังไงonnก็ต้องยกมันขึ้นมา ดื่ม หนึ่งในแก้วใบใดก็ใบนึง ที่onnคิดว่าสะอาดที่สุด และยากมากที่onnจะรู้ว่าน้ำแก้วไหนดีที่สุด
คราวนี้ลองใหม่ ลองเอาน้ำที่ซื้อจากข้างบ้านใส่ลงไปในบรรจุภัณฑ์หรูหรา ดูแล้วสะอาดน่าดื่ม และน้ำที่หายากที่สุด นำมาใส่ในแก้วใสเก่าๆแทน แล้วนำไปวางไว้ที่เดิม onnหิวน้ำ เดินมาเจอ....แน่นอนว่าน้ำถูกๆในภาชนะสวยหรูย่อมเป็นที่ดึงดูดก่อน และยิ่งonnไม่เห็นตระกอน และสิ่งแปลกปลอมด้วยแล้วนั้น น้ำในแก้วใบนี้ย่อมต้องถูกเลือกเป็นธรรมดา แต่น้ำที่ดี และหายากที่สุดกลับถูกมองข้ามไป.......
แต่ยังไงน้ำก็คือน้ำ ประโยชน์ของมันเท่ากัน
แต่ถ้าเปลี่ยนจาก”น้ำ”เป็น”คน”ล่ะ
onnจะตัดสินเขาอย่างไร....................
หรือจะตัดสิน”อะไร”หรือ”ใคร”ในครั้งแรกที่onnพบ
แล้วคุณล่ะ.................
"27 things you should know"
ข้อควรรู้ 27 ข้อ
1. อย่าขับรถเร็วเกินกว่าที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด
2. จงวางแผนล่วงหน้า : ฝนยังไม่ตกหรอกนะตอนโนอาห์สร้างเรือน่ะ
3. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น เหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ
4. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น
5. “อย่ากลัวความฝันของคุณ : มันง่ายกว่าที่คิด”
6. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คน จะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยนๆลองเช็คเพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดี ก็คุณน่ะแหละ
7. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว
8. บางครั้งวิธีช่วยที่ดีที่สุดที่คุณทำได้ก็คือ ผลักเขาแรงๆ(หมายถึงผลักดันให้เขาทำสิ่งที่ลังเลอยู่น่ะ)
9. น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ
10. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ
11. มอบสองสิ่งให้กับลูกของคุณ อย่างหนึ่งคือรากฐานที่มั่นคง อีกอย่างก็คือ ปีกที่จะบินออกไปเอง
12.การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น
13. คนคนหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่างแต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริงๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น
14. เพื่อนแท้คือคนที่เชื่อว่าคุณเป็นฟองไข่ที่สมบูรณ์แม้ว่าจริงๆแล้วคุณจะมีรอยร้าวไปแล้วครึ่งหนึ่ง
15. นี่คือวิธีที่จะรู้ว่าหน้าที่ของคุณบนโลกใบนี้จบสิ้นแล้วหรือยัง :ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ มันก็ยังไม่จบ
16. ชีวิตเรียนรู้ได้จากการย้อนระลึกถึง แต่ชีวิตต้องก้าวไปข้างหน้า
17. การใช้ชีวิตอยู่บนโลกนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงมากแต่เราก็ได้เดินทางรอบดวงอาทิตย์ฟรีๆเป็นของแถม
18. ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่มนุษย์เราจะร่ำรวยความผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อความร่ำรวย เริ่มครอบครองมนุษย์
19. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี
20. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ
21. คุณค่าของคนคนหนึ่งบอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ
22. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด -เฮเลนเคลเลอร์
23. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็นการให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้เข้มแข็ง
24. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)
25. ไม่มีผู้โดยสารบนยานอวกาศที่ชื่อว่า “โลก”พวกเราทุกคนล้วนแต่เป็นลูกเรือทั้งสิ้น
26. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรามีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น
27. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น
♡ สูตรสู่ความสำเร็จ ♡
ถ้า
A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
ค่าเท่ากับ
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26
แล้วจะพบว่า......
1) H+A+R+D+W+O+R+K = 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98%
HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 %
2) K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%
KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 %
3) L+O+V+E=12+15+22+5 = 54%
LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %
4) L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47%
LUCK หรือ โชค มีค่าเท่ากับ 47 %
Q : ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 % เลยหรือ !!! แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ 100 %
- ใช่เงินหรือเปล่า ?……… .... .....ไม่ใช่ !!!!!
- ความเป็นผู้นำหรือเปล่า ?………ไม่ใช่ !!!!!
Q : แล้วอะไรล่ะ ?
Ans. : A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100%
ATTITUDE หรือ ทัศนคติ นั่นเอง ที่มีค่าเท่ากับ 100 %
ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่ ทุกปัญหามีทางออก . . บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน "ทัศนคติ " ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง มีเพียงแต่ "ทัศนคติ" ของเราเท่านั้น ที่จะเป็นตัวนำทาง ไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และงานที่ทำ
....ความคิด & ทัศนคติ....และสุดท้าย .... การลงมือทำ February 04
เงียบ ............. จนได้ยินเสียงแห่งความเงียบ
เหงา.........จนสุดสิ้นระดับแห่งความเหงา January 19
▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █
ミ Current Status ミ
[]-[]-[] ความเงียบ กับ การรอคอย []-[]-[]
ความเงียบ -[]- "มีความสุขมั้ย" การรอคอย -[]- "เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ เรียกว่าความสุขมั้ย แต่เราก็ทำ อย่างดีที่สุด"
ความเงียบ -[]- "เมื่อไหร่เธอถึงจะพบความสมหวัง" การรอคอย -[]- "บทบาทของเราคือการรอคอย เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแค่นี้ อย่างอื่นคงทำไม่ได้และทำได้ไม่ดี"
ความเงียบ -[]- "แล้วทำไมต้องคอยใครให้ทำรึ" การรอคอย -[]- "บทบาทของเราไม่รู้ว่าใครกำหนด ไม่รู้ว่าใครให้ทำ แต่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด"
ความเงียบ -[]- "มีความสุขมั้ย" การรอคอย -[]- "เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ เรียกว่าความสุขมั้ย แต่เราก็ทำอย่างดีที่สุด"
ความเงียบ -[]- "ถ้ามีอะไร 2 อย่างให้เลือกจะทำมั้ย" การรอคอย -[]- "บอกมาสิว่าอะไร คอยฟังอยู่"
ความเงียบ -[]- "อย่างแรก เราจ้างให้เธอคอยใครคนหนึ่งให้หน่อย อย่างที่สอง อย่าหยุดคอยใครคนนั้นจนกว่าเธอจะพบเค้า แล้วบอกว่าฉันคอยเธออยู่" การรอคอย -[]- "เรามีบทบาทเพียงแค่รอคอย ไม่รับจ้างเป็นพิเศษหรอก ไปจ้างสิ่งนี้กับคนอื่นเถอะ"
ความเงียบ -[]- "อย่างแรกไม่รับ แล้วอย่างที่สองล่ะรับทำมั้ย" การรอคอย -[]- "อย่างที่สอง เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากอย่างแรก เราก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน"
ความเงียบ -[]- "แล้วบทบาทเธอที่ทำอยู่เธอทำให้ใครล่ะ" การรอคอย -[]- "เราไม่ได้ทำให้ใคร บทบาทของเราแทรกซึมอยู่ในใจใครหลายๆ คน"
ความเงียบ -[]- "หมายความว่าไงล่ะ" การรอคอย -[]- "เราแทรกซึมอยู่ระหว่างที่ใครคนหนึ่ง นั่งรอช่วงเวลาที่นัดพบกันกับใครอีกคน เราแทรกซึมอยู่ระหว่างที่ใครคนหนึ่ง มองคอมพิวเตอร์เพื่อปรากฏให้ใครอีกคนมาตอบกระทู้ เราแทรกซึมอยู่ใจในใครคนหนึ่ง ที่จดจ่อกับใครอีกคนตลอดเวลา"
ความเงียบ -[]- "ดูแล้วเธอคงเศร้ามากที่ทำแต่อย่างนี้" การรอคอย -[]- "เราไม่รู้ว่าเรียกว่าความเศร้ามั้ย แต่ถ้าเราได้เจอกับใครคนหนึ่งในช่วงเวลานั้นแล้ว เราจะมีความสุข"
ความเงียบ -[]- "ถ้าเราอยากบอกว่า เธอได้แทรกซึมอยู่ในใจเราแล้วล่ะ จะเชื่อมั้ย" การรอคอย -[]- "เธอจะบอกเราว่าเธอคอยใครรึ"
ความเงียบ -[]- "เรามีบทบาทเพียงแค่ความเงียบ" การรอคอย -[]- "งั้นเราก็มีบทบาทเพียงแค่การรอคอยตอบของเธอต่อไป"
[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]
"เพื่อนของเราชื่อความเหงา..."
เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว กอดตัวเองไม่มีใคร ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้ ไม่ว่าเราจะพบอะไร จะเจอกับวันที่ร้ายหรือดี ใจก็ยังคงพร้อมจะมีความเหงาเป็นเพื่อน....เคียงไป
บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ ทิ้งให้เราจดจำ มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพรำ วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป
ไม่รู้ ไม่รู้ต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่ เหงา... ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ
มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพรำ วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป กอดความเหงาไว้กับใจ
อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ
อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ
เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว และคนเราจะทนเหงาไปได้สักเท่าไหร่
[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]
ท่ามกลางท้องน้ำและฟากฟ้าที่ไม่มีแผ่นดินกั้น
เราจะพบว่า ... โลกนี้ช่างกว้างใหญ่นัก
แล้วเราก็เหมือนกับเศษละอองทุลีของโลกใบโต
แหม...มันช่างดูไร้ค่าซะจริง
แต่เชื่อเถอะ ไม่มีใครหรือสิ่งไหนในโลกนี้ที่ไร้ค่าหรอก
ทุกสิ่งทุกอย่างมีค่าในตัวมันเองเสมอ
อยู่ที่องศาและมุมมอง . . . มีความคิดดีมาฝากเป็นของขวัญปีใหม่ค่ะ...
หัดพูดแต่ด้านบวก แล้วจะรู้ว่า มีคนอีกมากมายที่รักเรา
หัดยิ้ม แล้วจะรู้ว่า เราคือคนที่น่ารัก
หัดฟาดฟันกับ อุปสรรค แล้วจะรู้ว่า เราคือคนที่เข้มแข็ง
ลองทน แล้วจะรู้ว่า เรามีความอดทน ยิ่งกว่าใคร
ลองออกกำลังกายทุกวัน แล้วจะรู้ ว่าเราคือมนุษย์เจ้าพลังคนหนึ่ง
ลองคิดเอาชนะ แล้วจะรู้ว่า เราสามารถเอาชนะตัวเองได้ไม่ยาก
ลองคิดให้ ใหญ่ แล้วจะรู้ว่า เรามีความสามารถอย่างน่าแปลกใจ
[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]
... นักพูดที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่ มีผู้เข้าร่วม 200 ท่าน แล้วเขาก็พูดว่า ' ใครอยาก ได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง' มือได้ ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก
และเขาก็พูดต่อว่า 'ฉันจะให้ เงินแบงค์ 1,000 นี้แก่หนึ่งในพวกท่าน แต่ครั้งแรกนี้ฉันจะทำ อย่างนี้'
เขาเริ่มที่จะขยำ ๆ เงินนั้นแล้วเขาก็ถามอีกว่า ' ใครจะยังต้องการมันอีก' ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก 'ดี' เขา ตอบ ' แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ'
และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้นและ เริ่มที่เหยียบย่ำมันด้วยรองเท้าของเขา แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา ขณะนี้มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก 'ตอนนี้ใครยังต้องการมันอีก' ก็ยังคงมีคนยกมืออีก
' เพื่อน ๆ คุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้วว่า ' ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน คุณก็ ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่ามันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ยังคงมีค่า 1,000 บาทอยู่นั่นเอง
เหมือนกับ หลาย ๆ ครั้งในชีวิตของเรา ที่ถูกทิ้ง ถูก เหยียบย่ำ และถูกทำให้สกปรก โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า คุณค่าของเราลดน้อยลง
แต่ไม่ว่าอะไรที่ได้เกิด ขึ้น หรืออะไรที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าของคุณ คุณเป็นคนพิเศษ อย่าลืมมันตลอดไป!
'อย่านำความผิดหวังของเมื่อวานมาบดบังความฝันในวันพรุ่งนี้'
สวัสดีปีใหม่ค่ะ นู๋ออน
เพลงดาบเดียวดาย
_____/\/\/\/\/\/\______/\/\/\/\/______\/\/\/\/\_______________
ฉันชื่อ "โอกาส"
ที่เมืองหนึ่งของประเทศกรีก เคยมีรูปปั้นแกะสลักตั้งอู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันนี้ รูปปั้นนี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก แต่แผ่นที่จารึกที่บรรยายเกี่ยวกับรูป
ปั้นยังคงเหลืออยู่ คำบรรยายเขียนไว้ในรูปแบบการสนทนาระหว่างรูปปั้นกับคนที่เดินผ่านไปมา
“รูปปั้นเอ๋ย ท่านชื่ออะไร”
“ฉันชื่อโอกาส”
“ใครเป็นคนแกะสลักท่านขึ้นมา”
“ช่างแกะสลักชื่อ ลีซีปัส”
“ทำไมท่านจึงยืนเขย่งเท้า?”
“เพื่อบ่งบอกว่าฉันอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม”
“แล้วทำไมที่เท้าของท่านจึงมีปีก”
“เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
“แต่ทำไมผมด้านหน้าของท่านจึงยาวอย่างนี้”
“ก็เพื่อให้คนที่พบฉัน จะได้จับฉวยไว้ได้ง่าย”
“แล้วทำไมหัวด้านหลังของท่านจึงล้าน ไม่มีผมแม้แต่เส้นเดียว”
“ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เมื่อฉันผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับฉันได้ใหม่” จริงด้วย ทางด้านหน้าของ “โอกาส” มีผมยาวแต่ด้านหลังล้านเกลี้ยง เพราะเมื่อปล่อยให้ “โอกาส” ผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาได้อีก
“โอกาส” จึงเตือนเราทุกคนว่า “อย่ามาต่อว่าฉัน ว่าฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย เพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่ฉันมาเคาะประตู แต่เธอกลับไม่อยู่บ้าน
ทุกวันฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ เรียกให้เธอตื่น ให้ขยันขันแข็ง ให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ ให้ออกแรง ให้สู้ เพื่อจะได้มาซึ่งชัยชนะ
และความสำเร็จ จงอย่าปล่อยให้ฉันผ่านไป เธอจะได้ไม่ต้องนั่งเสียใจ ในภายหลัง ที่ฉัน “โอกาส” ผ่านมา แต่เธอไม่รู้จักจับฉวย”
[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]
บทที่
5 เคล็ดลับของโซเครตีส
- ในการสนทนากับผู้อื่น อย่าได้เริ่มต้นพูดในเรื่องที่ท่านไม่เห็นพ้องด้วย
แต่จงเริ่มต้นด้วยการเน้นคำพูดให้หนักแน่น และเน้นคำพูดนี้ อยู่ตลอดเวลาในสิ่งที่ท่านเห็นพ้องด้วย
- จงทำให้อีกฝ่ายหนึ่งพูด "ใช่" , "ใช่แล้ว", "ครับ" , "ถูก"
, "ถูกแล้ว" เมื่อเริ่มต้นการสนทนา ถ้าสามารถทำได้
จงอย่าให้อีกฝ่ายหนึ่ง กล่าวคำปฏิเสธ "ไม่ใช่" , "เปล่า"
เป็นอันขาด
- ยิ่งเราสามารถทำให้อีกฝ่ายหนึ่งกล่าวคำพูดรับคำได้มากเท่าใดในการเปิดฉากการสนทนา
ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ จะชักจูงให้อีก ฝ่ายหนึ่งยอมตกลงใจตามจุดประสงค์ของเรามากยิ่งขึ้นเท่านั้น
- ในการเปิดฉากสนทนา พวกเรามักจะคิดถึงแต่ความยิ่งใหญ่ของตนเอง ผลก็คือ
ทำให้เกิดตั้งข้อเข้าหากันตั้งแต่แรกเริ่ม
- โซเครตีสจะตั้งคำถามชนิดที่แม้ศัตรูของเขาก็ต้องรับคำ คำถามของเขาจะถูกอีกฝ่ายหนึ่งตอบว่า
"ใช่" จนกระทั่งเขา ได้รับคำรับรองอย่าง เหลือเฟือ ครั้นแล้วในที่สุด
เขาจะตั้งคำถามประโยคสำคัญ ซึ่งปรปักษ์ของเขาแทบไม่รู้สึกตัว ได้กล่าวรับรองทั้งๆก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีตั้งใจที่
จะยืนกรานปฏิเสธ
- สุภาษิตเก่าๆของจีน "ผู้ก้าวอย่างละมุนละไม
จะเดินได้ไกล"
สรุปกฎข้อที่ 5 จงทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง
ตอบรับคำว่า "ครับ", "ใช่", "ถูก"ฯลฯ ในทันทีเมื่อเริ่มสนทนา
บทที่
6 วิธีกำจัดความไม่สมหวัง
- ในบางครั้ง การปล่อยให้ผู้อื่นเป็นฝ่ายพูด จะนำประโยชน์อย่างล้ำค่ามาให้
- ผู้ประสบความสำเร็จเกือบทุกคน ชอบระลึกถึงการต่อสู้ดิ้นรนในอดีต (ใช้ในเทคนิคการพูด
สนทนากับผู้ที่มีความสำเร็จในชีวิต)
- มีความจริงอยู่ว่า มิตรสหายทั้งหลายของเราพอใจที่จะคุยกับเราถึงเรื่องความสำเร็จต่างๆของเขา
ยิ่งกว่าที่จะฟังเราโม้ถึงเรื่องของเรา
- "ถ้าท่านต้องการศัตรู จงเป็นคนเก่งกล้าสามารถเหนือกว่าเพื่อนของท่าน
แต่ถ้าท่านต้องการมิตร จงให้เพื่อนของท่าน เก่งกล้าสามารถ เหนือไปกว่าท่าน"
เพราะว่าเมื่อเพื่อนของเราเก่งกล้าสามารถเหนือกว่าเรา เขาจะเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
แต่ถ้าเราเก่งกล้าสามารถเหนือ กว่าเขา เขาจะเกิดความรู้สึกต่ำต้อย และก่อให้เกิดความอิจฉาริษยา
- ชาวเยอรมันมีสุภาษิตอยู่ประโยคหนึ่งว่า "ความปิติยินดีอย่างแท้จริงก็คือ
ความปิติยินดีซึ่งเราได้รับจากเคราะห์กรรมของผู้อื่น" แน่นอน เพื่อนบางคนของท่านอาจจะรู้สึกพอใจในเคราะห์กรรมของท่าน
ยิ่งไปกว่าชัยชนะของท่านก็ได้
- เพราะฉะนั้น เราจง "อย่าฟุ้งซ่าน โอ้อวดในความสำเร็จของเรา"
แต่เรา "จงถ่อมตน"
เอาไว้ถึงจะได้รับความนิยม ชมชอบอย่างแท้จริงจากผู้อื่น
- เราควรถ่อมตัวของเรา ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อสรุปแล้วท่านและข้าพเจ้าก็ไม่วิเศษวิโสกว่ากัน
จากนี้ไปอีกหนึ่งศตวรรษ ท่านและ ข้าพเจ้าต่างจะ ไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และจะไม่มีใครรู้จัก
ชีวิตเป็นของสั้นจนเกินไป เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ชีวิตอันสั้น ของเราสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น
ด้วยการคุยโอ้อวดถึงความสำเร็จขี้ปะติ๋วของเรา เราจงส่งเสริมให้ผู้อื่นคุยเสียบ้างเถิด
โปรดคิดดูให้ดี ท่านมิได้มีอะไรวิเศษมากมายที่จะคุย อวดโดยไม่รู้จักจบรู้จักสิน้นเสียที
ดังนั้น กฎข้อที่ 6
จงปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้พูดเป็นส่วนมาก
บทที่
7 วิธีที่จะได้รับความร่วมมือ
-
ท่านรู้สึกเลื่อมใสในความคิดที่ท่านค้นพบด้วยตนเองยิ่งไปกว่าความคิดซึ่งผู้
อื่นค้นพบ
และใส่จานเงินยื่นส่งให้ท่านหรือเปล่า? ถ้าเช่นนั้นจริง
เป็นของแน่เหลือเกินที่ท่านจะต้องพยายามผลักดันความคิดของท่านให้คนอื่นรับ
ไว้
ใช่ไหม? มันจะไม่เป็นการ
ฉลาดกว่าหรือ?
ถ้าเพียงแต่หารือความคิดของท่านกับอีกฝ่ายหนึ่ง และให้อีกฝ่ายหนึ่งใคร่ครวญดูเพื่อการตัดสินใจของเขาเอง
- "การปรึกษาหารือ" กับเขาถึงความปรารถนาของเขา จึงเป็นสิ่งที่ถูกใจเขาที่สุด
- การปรึกษาหารือกับผู้อื่น และเคารพต่อคำแนะนำนั้น
จะได้รับผลอันงดงาม
-
เมื่อ 25 ศตวรรษมาแล้ว เล่าจื๊อ
นักปราชญ์จีนได้กล่าววาทะบางอย่างซึ่งควรจะนำมาปฏิบัติในปัจจุบัน
: "เหตุที่แม่น้ำลำคลอง
และทะเลทั้งหลายสามารถจะต้อนรับสายน้ำหลายร้อยสายจากภูเขาได้เนื่องจากแม่
น้ำลำคลองและทะเลเหล่านั้นอยู่ต่ำกว่าสายน้ำ
จากภูเขา
เพราะฉะนั้น แม่น้ำลำคลองและทะเลจึงเก่งเหนือไปกว่าสายน้ำจากภูเขา โดยที่สามารถรับกระแสน้ำทั้งหมดไว้ได้
ผู้ที่เฉลียวฉลาด
ถ้าปรารถนาจะอยู่เหนือ ผู้อื่น ต้องถ่อมตนให้อยู่ต่ำกว่าผู้อื่น ถ้าปรารถนาจะอยู่หน้าผู้อื่น
จะต้องถ่อมตนให้
อยู่หลังผู้อื่น
แต่เขาจะไม่หยิ่งผยอง และถือว่าตนเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ แม้ว่าเขาจะมีบุญวาสนานำหน้าผู้อื่น
เขาจะไม่อวดเด่นให้
บาดใจผู้อื่น
ฉะนั้น กฎข้อที่ 7 จงทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง
เกิดความรู้สึกว่าความคิดเป็นของเขา
บทที่
8 สูตรซึ่งจะบันดาลผลมหัศจรรย์แก่ท่าน
- อย่าลืมว่าบุคคลใดก็ตาม อาจจะทำผิดอย่างไม่มีทางแก้ตัว
แต่บุคคลนั้นจะคิดว่าเขาไม่ผิดเลย ท่านจงอย่าปรักปรำลงโทษเขาผู้นั้น
เพราะการ กระทำเช่นนั้น คนโง่ทุกคนย่อมทำได้ ท่านจงพยายามเข้าใจเขาให้ถี่ถ้วน
ถ่องแท้
เพราะการพยายามเข้าใจการกระทำของผู้ผิด คนฉลาด คนมี น้ำอดน้ำทน และคนที่มีคุณสมบัติเป็นพิเศษเท่านั้น
จึงจะสามารถปฏิบัติได้
- จงพยายามอย่างสุจริตใจที่จะสมมุติตัวท่านเป็นตัวของเขา
- ถ้าหากท่านจะบอกตนเองว่า "ถ้าฉันอยู่ในฐานะเดียวกับเขา
ฉันจะรู้สึกอย่างไร และจะปฏิบัติอย่างใร?"
ท่านจะไม่เสียเวลาและเกิดโมโห ในการที่จะต้องไปเอาใจใส่แก่สาเหตุต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดผลอันไม่พึงพอใจ
และท่านจะสามารถเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ มากยิ่งขึ้น
- พรุ่งนี้ ก่อนท่านจะบอกใครสักคนว่าเขาทำในสิ่งที่ผิดๆ ไม่ดีกว่าหรือถ้าท่านจะนั่งหลับตา
และพยายามคำนึงถึงแง่คิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง เสียก่อน ท่านจงตั้งคำถามแก่ตนเองว่า
"ทำไม? เขาจึงต้องการทำเช่นนั้น" จริงอยู่การปฏิบัตินี้อาจเปลืองเวลาบ้าง
แต่จะเป็นการผูกมิตรและ นำผลอันงดงามกว่ากันมาให้ และเป็นการหลีกเลี่ยง
ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง และทะเลาะเบาะแว้งกัน
- เพราะฉะนั้น ถ้าท่านต้องการเปลี่ยนใจผู้อื่น โดยไม่ให้เกิดความรู้สึกบาดหมาง
หรือก่อให้เกิดความขุ่นเคือง
กฎข้อที่ 8 มีดังนี้ จงพยายามอย่างสุจริตใจที่จะมองสิ่งต่างๆ
ในแง่คิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง
บทที่
9 สิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ
- คาถาศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถหยุดการโต้เถียง ทำลายความรู้สึกโกรธเคือง สร้างมิตรไมตรี
และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ "ผมมิได้
โทษคุณเลยแม้แต่น้อยที่คุณรู้สึกเช่นนี้ ถ้าผมเป็นคุณ แน่นอนเหลือเกิน
ผมจะต้องรู้สึกเหมือนอย่างคุณ เช่นเดียวกัน"
คำพูดเช่นนี้แม้แต่คนพาลเกเรอย่างร้ายกาจที่สุดก็จะเยือกเย็นลง
- ท่านอยู่ในฐานะใดก็ตาม ควรถือว่า มิได้เป็นเกียรติอันใหญ่โตเลย
และจำไว้ว่า คนที่ท่านติดต่อด้วย แม้จะเป็นคนขี้หงุดหงิด ฉุนเฉียว พูด ดันทุรัง
และปราศจากเหตุผล เขามิได้เป็นต่ำช้าสารเลวมากมายนักที่ต้องอยู่ในฐานะนั้น
จงรู้สึกสลดใจต่อ มนุษย์ที่น่าสมเพชคนนั้น จง สงสารเขา เห็นใจเขา
- "3 ใน 4 ของบุคคลที่ท่านพบปะ ล้วนแต่หิวกระหายที่จะได้รับความเห็นอกเห็นใจ
จงให้มันแก่เขา แล้วเขาจะรักท่าน"
- ความเห็นอกเห็นใจ เป็นยาวิเศษที่จะบำบัดความเศร้าใจ
ฉะนั้น กฎข้อที่ 9 จงเห็นอกเห็นใจต่อความรู้สึกนึกคิด
และความปรารถนาของอีกฝ่ายหนึ่ง
บทที่
10 มนุษย์ทุกคนชอบการขอร้อง
- เพื่อให้บุคคลใดก็ตามเปลี่ยนใจของเขา จงขอร้องให้เขาเกิดความรู้สึกว่า
การปฏิบัตินั้นๆเป็นเจตนาดีงาม ยิ่งกว่าการปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง
- เมื่อเราไม่ต้องการให้ใครทำอะไรอย่างหนึ่ง จงขอร้องเขาด้วยการอ้างถึงเจตนาที่ดีงามกว่ากัน
อ้างถึงสิ่งที่เป็นสิ่ง ที่รักและเคารพ
- "ถ้ามีใครคิดที่จะโกงท่าน" จงพูดให้เขาเกิดความรู้สึกว่า ท่านนับถือเขาในฐานะเขาเป็นคนสุจริต
ซื่อตรง และยุติธรรม
ฉะนั้น กฎข้อที่ 10 จงขอร้องด้วยการพูดให้รู้สึกว่า
เป็นเจตนาอันดีงามกว่ากัน
บทที่
11 ภาพยนตร์ปฏิบัติเช่นนี้ วิทยุปฏิบัติเช่นนี้ ทำไมท่านจึงไม่ปฏิบัติตามบ้าง?
- เวลาที่ต้องการเสนออะไรบางอย่าง เพียงแต่กล่าวความจริงอย่างเดียวยังไม่พอ
การกล่าวความจริงต้องประกอบด้วย พูดให้ซาบซึ้ง เขย่า ความสนใจ และเกิดความรู้สึกเร้าใจ
ทั้งนี้ต้องอาศัยศิลปะแห่งการเชิญชวนอยู่มาก ภาพยนตร์ วิทยุ ปฏิบัติ
เช่นนี้
ถ้าต้องการให้มีผู้เอาใจใส่ ข้อเสนอของท่าน ท่านก็ต้องปฏิบัติเช่นนี้
ฉะนั้น กฎข้อที่ 11 จงแสดงความคิดเห็นของท่านให้เป็นที่เร้าใจ
บทที่
12 เมื่อทำอย่างไรๆ ก็ไม่ได้ผล ลองใช้วิธีนี้ดูบ้าง
- วิธีที่จะผลิตงานได้มากๆ ก็คือ การ "กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกัน"
แต่ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันอันโสมมและต้องทุ่มเทเงินทอง แต่หมายถึงกระตุ้นให้เกิดความปรารถนาที่จะเป็นคนเก่งกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
- ความปรารถนาที่จะเก่งกว่า! การแข่งขัน! เป็นวิธีเดียวที่จะบันดาลผลอันแน่นอนในการหนุนให้มนุษย์เกิดความมานะ
- "การให้เงินเดือนอย่างเดียว ไม่สามารถจะได้คนดีไว้ใช้
ต้องให้มีการแข่งขัน"
- นั่นคือ สิ่งที่ผู้ได้รับความสำเร็จทุกคนชอบ : การแข่งขัน การแข่งขันเป็นการเปิดโอกาสให้เขาแสดงความสามารถของเขา
เปิดโอกาสให้ เขาพิสูจน์คุณค่าตัวของเขา เพื่อไปสู่จุดหมายแห่งการเป็นคนเก่ง
และชัยชนะ
ถ้าท่านต้องการจูงใจบุคคลอื่น บุคคลที่องอาจห้าวหาญ บุคคลที่มีสมรรถภาพ ให้คล้อยตามแนวความคิดของท่าน
กฎข้อที่
12 มีว่า
จงพูดท้าทาย
ตอนที่
4 วิธีปฏิบัติ 9 ประการเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้อื่น โดยไม่ให้มีความรู้สึกบาดหมางขุ่นเคือง
บทที่
1 ถ้าท่านต้องการคอยจับผิด นั่นคือวิธีที่จะปิดฉาก
- การที่บุคคลใดก็ตาม ได้ยินในสิ่งที่ไม่รื่นหู หลังจากได้ฟังคำชมเชยในสิ่งที่ดีก่อน
จะช่วยให้บุคคลนั้นสามารถฟังได้ โดยไม่เกิดความรู้สึก ขุ่นเคืองแต่อย่างใด
จงเริ่มสนทนาด้วยคำพูดยกย่องสรรเสริญอย่างสุจริจใจ
บทที่
2 วิธีวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ทำให้ผู้ใดเกลียด
- ตอนเที่ยงวันหนึ่ง ชารลส์ ชะวอบ เดินผ่านโรงถลุงเหล็กโรงหนึ่งของเขา เขาได้มองเห็นคนงานกลุ่มหนึ่งกำลังสูบบุหรี่กัน
เหนือหัวของ คนงานเหล่านั้นมีป้ายแขวนไว้ว่า "ห้ามสูบบุหรี่" ท่านคิดว่าชะวอบชี้ที่ป้ายนั้นและพูด
"อ่านหนังสือเป็นไหม?" หรือเปล่า? มิได้ ชะวอบมิได้ เป็นคนเช่นนั้น
เขาเดินไปหาคนเหล่านั้น ควักซิการ์ส่งให้คนละมวน และพูด "จะดีไม่น้อย
ถ้าพวกคุณพากันไปสูบซิการ์นี้กันข้างนอก" คนงานเหล่านี้ตระหนักดีว่าชะวอบรู้ว่าเขาได้พากันฝ่าฝืนกฎ
เขาต่างพากันนึกชมเชยชะวอบไปตามๆกัน ชะวอบมิได้พูดถึงความผิดนี้เลย
มิหนำซ้ำกลับกำนัลซิการ์แก่เขา "ทั้งนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
ถ้าท่านมีนายอย่างนี้ ท่านจะอดรักเขาได้ไหม?"
จงอย่าเตือนผู้อื่นอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาผิด
บทที่
3 จงพูดถึงความผิดของท่านก่อน
- ท่านจะไม่รู้สึกขุ่นเคืองอย่างใดเลยในการที่จะฟังใครคนหนึ่งตำหนิติเตียนท่าน
ในเมื่อเขาผู้นั้นเริ่มพูดด้วยการยอมรับ อย่างอ่อนโยนว่า เขา, ในทำนองเดียวกัน,
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปจากการกระทำผิดอย่างไม่มีที่ติเสียได้
ท่านจงพูดถึงความผิดของท่านก่อน แล้วจึงตำหนิติเตียนผู้อื่น
บทที่
4 ไม่มีใครชอบรับคำสั่ง
- ควรให้โอกาสผู้ร่วมงานพินิจพิจารณางานด้วยตนเอง ให้ทำการศึกษาจากความผิดนานาประการเอาเอง
- เทคนี้ช่วยให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาได้รับความสะดวกในการแก้ไขความผิดพลาดของตน
เทคนิคนี้เป็นการให้เกียรติ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
ผลก็คือ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะทำด้วยความปรารถนาร่วมมือ แทนที่จะเอาใจออกห่าง
จงขอความเห็น แทนการออกคำสั่งโดยตรง
บทที่
5 จงกู้หน้าอีกฝ่ายหนึ่ง
- กู้หน้าของเขาไว้ ! มันเป็นสิ่งสำคัญ และสำคัญอย่างใหญ่หลวงทีเดียว !
พวกเราน้อยคนนักที่จะหยุดคิดถึงสิ่งนี้ ! "เรามักจะขี่ม้า
สวมเกือกมีตะปูแหลมคม ย่ำลงไปที่ความรู้สึกของผู้อื่น"
ด้วยการถือเอาแต่ใจของเราฝ่ายเดียว เช่น คอยจับผิด ขู่ตะคอก ดุว่าเด็ก หรือเสมียน
พนักงานต่อหน้าผู้อื่นโดยปราศจากความยั้งคิดว่าเป็นการทำให้ปวดร้าวชอกช้ำ
แก่เกียรติของเขาอย่างไรบ้าง ! ในเมื่อเพียงแต่สงบจิตสงบใจ ใช้ความคิดสักประเดี๋ยวหนึ่ง
ใช้วาจาที่ประหยัดถ้อยคำเพียง
ไม่กี่คำ
มีความเห็นใจในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง จะไม่ก่อให้เกิดความปวดร้าว ขุ่นเคืองแต่อย่างใดเลย
- แม้แต่บุคคลใหญ่โตที่โลกรู้จักดี ยังไม่ยอมเสียเวลาที่จะกำแหงในชัยชนะของเขา
จนไม่กู้หน้าผู้แพ้
จงกู้หน้าอีกฝ่ายหนึ่ง
บทที่
6 วิธีกระตุ้นให้มนุษย์ก้าวไปสู่ความสำเร็จ
- ใช้การชมเชยแทนการด่าว่า "เราจะชมเชย
แม้แต่ในสิ่งที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย"
ในการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยเป็นกำลังดันให้อีกฝ่ายหนึ่ง ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นเป็นลำดับ
- เมื่อพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้อื่น ถ้าท่านและข้าพเจ้าสนับสนุนกำลังใจบุคคลที่สัมพันธ์กับเรา
ด้วยการให้เขาสำนึกในคุณค่าแห่ง ความสามารถซึ่งซ่อนอยู่ในกายของเขา เราไม่เพียงแต่จะสามารถเปลี่ยนแปลงเขาเท่านั้น
หากเราจะเปลี่ยนรูปชีวิตของเขาทีเดียว
- ถ้าลองเปรียบเทียบดูว่า เราควรจะอยู่ในฐานะใด เราเพียงแต่เป็นคนครึ่งหลับครึ่งตื่นดีๆนี่เองเราได้ใช้ประโยชน์
ขุมทรัพย์แห่งร่างกาย และจิตใจของเราแต่ส่วนน้อยเท่านั้น
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือหมายความว่า
มนุษย์เราต่างดำรงชีวิต อยู่ห่างไกลจากจุดหมายที่เราควรจะ ก้าวไปถึง
มนุษย์เราต่างมีพลังอยู่นานาชนิด พลังซึ่งเขามักจะล้มเหลวอยู่เสมอ ในอันที่จะใช้มันให้เป็นประโยชน์
จงยกย่องสรรเสริญผู้อื่น แม้เขาได้ทำสิ่งใดๆดีขึ้นเพียงเล็กน้อยและยกย่องทุกครั้งที่เขาทำ
สิ่งใดๆได้ดียิ่งขึ้น จง "เห็นพ้องด้วยน้ำใส
ใจจริง และยกย่องชมเชยอย่างเต็มที่"
บทที่
7 จงตั้งชื่อหมาให้เพราะ
- มนุษย์เราตามปกติธรรมดา จะจูงใจได้ง่ายดาย ถ้าเขานับถือท่าน และท่านแสดงความเลื่อมใสต่อความ
ปรารถนาบางประการของเขา
- ถ้าท่านต้องการให้บุคคลใด กระทำบางอย่างดีขึ้นกว่าเก่า จงแสร้งทำเหมือนหนึ่งว่า
เขามีคุณสมบัตินั้นอยู่แล้ว
- ถ้าท่านต้องการให้ใครก็ตามเป็นคนดีขึ้น
จงอุปโหลกให้เขาเป็นคนดี
ซึ่งเขาจะพยายามอย่างสุดกำลังที่จะปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพูด
ของท่าน ยิ่งกว่าจะทำให้ท่านได้พบเห็นความไม่ดีของเขา
- ถ้าท่านต้องการจะติดต่อกับคนขี้ฉ้อคดโกง มีทางเหมาะสมอยู่ทางเดียวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงให้เขาทำตนเป็นคนดี
คือ
ปฏิบัติต่อเขา ประหนึ่งเขาเป็นสุภาพชนผู้มีเกียรติ จงทึกทักเอาว่า เขาเป็นคนอยู่ในระดับปกติธรรมดาเหมือนมนุษย์อื่น
ทั้งหลาย
การปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ ซึ่งเขาจะแสดงกิริยาตอบโดยทำตนให้เป็นไปตามที่เขาได้รับการยกย่อง
และเขาจะรู้สึกภูมิใจที่มีผู้ไว้วางใจเขา
จงอุปโหลกผู้อื่นในสิ่งดีงาม เพื่อเขาจะได้เป็นไปตามนั้น
บทที่
8 จงทำให้ความผิดเป็นของง่ายที่จะแก้ไข
- การบอก เด็ก สามี ภรรยา เสมียนพนักงานว่าเขาโง่ หรือทึ่มในสิ่งโน้นสิ่งนี้
หรือเขาไม่มีพรสวรรค์ในงานนั้นๆ และที่เขาทำไปแล้วล้วนแต่ผิด แปลว่าท่านได้ทำลายโดยสิ้นเชิงต่อสิ่งที่กระตุ้นให้เขามีความพากเพียร
เพื่อทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น ท่านควรใช้เทคนิคตรงข้าม ท่านจงมี ใจกว้าง ด้วยการให้ความสนับสนุน
กำลังใจแก่เขา ท่านจงกระทำในสิ่งที่จะส่งเสริมให้เขา เห็นว่าเป็นของง่ายในการปฏิบัติสิ่งนั้นๆ
ท่านจง แสดงตนให้เขารู้สึกว่าท่านเลื่อมใสในความสามารถของเขา ความสามารถ
ซึ่งเขามีแวว แต่เขายังไม่ได้นำออกมาใช้ ผลก็คือ เขาจะพยายาม ปฏิบัติสิ่งนั้นๆ
เพื่อเอาชนะมัน แม้ต้องใช้เวลาตลอดคืนก็ตาม
จงใช้การสนับสนุนกำลังใจ จงทำให้ความผิดซึ่งท่านต้องการแก้ไข
ดูเป็นของง่ายที่จะแก้ไข จงทำให้สิ่งที่ท่านต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติ
เป็นของง่ายที่จะปฏิบัติ
บทที่
9 จงทำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามที่ท่านต้องการ
- หลักสำคัญแห่งมนุษยสัมพันธ์ :
จงทำให้ผู้อื่นมีความสุขที่จะกระทำในสิ่งที่ท่านเสนอแนะแขา
- มีชายคนหนึ่งสามารถปฏิเสธคำเชิญให้เป็นผู้พูดในงานต่างๆ คำเชิญซึ่งมาจากมิตรสหายของเขา
คำเชิญซึ่งมาจากบุคคลที่เขารู้สึกใน บุญคุณ แม้กระนั้นเขาสามารถทำให้ผู้ที่ถูกเขาปฏิเสธได้รับความพอใจในการปฏิเสธนั้น
เขาทำอย่างไรหรือท่าน? เขามิได้กล่าวแก้ตัวว่าเขา มีธุระยุ่ง หรือมีเหตุติดข้องอย่างนั้นอย่างนี้
เขามิได้ทำเช่นนั้น เขาทำดังนี้
คือ
หลังจากแสดงความยินดีที่ได้รับเชิญ และแสดงความเสียใจที่ เขาไม่มีความสามารถพอในการปฏิบัติตามตามคำเชิญนั้น
เขาจะเสนอชื่อผู้อื่นให้พูดแทนเขา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เขามิได้ทำให้ผู้เชิญเกิด
ความรู้สึกเสียใจต่อคำปฏิเสธของเขาเลย แม้แต่ขณะเดียว เขาทำให้ผู้เชิญคิดถึงอีกคนหนึ่ง
เพื่อเชิญมาเป็นผู้พูดในทันทีทันใด โดยเน้นความ น่าสนใจของบุคคลอื่น
- เทคนิคแห่งการให้อำนาจและตำแหน่ง ได้ปรากฎผลดีแก่นโปเลียนมาแล้ว
จงทำให้ผู้อื่นมีความสุขที่จะกระทำในสิ่งที่ท่านเสนอแนะแก่เขา
ตอนที่
5 จดหมายซึ่งบันดาลผลมหัศจรรย์
- ใช้ "หลักจิตวิทยา"
: "โปรดช่วยเหลือผม" จงทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
และเป็นการสร้างมิตรภาพขึ้น
- โปรดจำไว้ว่า เราทั้งหลายต่างกระหายที่จะได้รับความยกย่องนับถือ และความเป็นคนสำคัญ
ซึ่งเราจะยินดีทำเกือบทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งนี้ แต่ไม่มีใครต้องการความไม่สุจริตใจ
ไม่มีใครต้องการคำพูดประจบสอพลอ
ข้าพเจ้าขอย้ำ :- หลักการทั้งหลายที่สอนในหนังสือเล่มนี้
จะปฏิบัติได้ผล ก็ต่อเมื่อนำออกใช้ด้วยน้ำใส
ใจจริง
ข้าพเจ้ามิได้สนับสนุนให้ ปฏิบัติด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมอย่างใดทั้งสิ้น
สิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ล้วนแล้วแต่ เป็นวิธีที่จะนำท่านไปสู่วิถีชีวิตแบบใหม่
ตอนที่
6 วิธีปฏิบัติ 7 ประการ เพื่อทำให้ชีวิตในครอบครัวของท่านมีความสุขยิ่งขึ้น
บทที่
1 วิธีขุดหลุมฝังศพการแต่งงานของท่านอย่างแน่นอนและรวดเร็วที่สุด
- สิ่งทั้งหลายที่สามารถทำลายความรักให้แหลกลาญอย่างแน่นอน ซึ่งเจ้าผีร้ายในนรกได้ประดิษฐขึ้น
"ความจู้จี้เอาเรื่อง"
เป็นสิ่งควรจะพึง กลัวอย่างที่สุด มันไม่เคยล้มเหลวทำนองเดียวกับการกัดของงูเห่า
มันจะทำลาย ทำให้ถึงตายเสมอ
ถ้าท่านต้องการรักษาชีวิตทางบ้านให้มีความสุข กฎข้อที่ 1
มีดังนี้
อย่าเป็นคนจู้จี้ขี้เอาเรื่อง ขี้หึง
บทที่
2 ความรักอันวัฒนาถาวร
- สิ่งแรกที่จะศึกษาในการติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็คือ อย่าแทรกแซงกับการหาความสุขในวิธีแปลกๆของเขา
- ความสำเร็จในการแต่งงาน เป็นเรื่องที่ไม่เพียงแต่การแสวงหาคู่ที่เหมาะสมเท่านั้น
หากผู้ที่จะเป็นคู่แต่งงาน จะต้องเป็นคนที่เหมาะสมด้วย
- ถ้าท่านต้องการให้ชีวิตในครอบครัวของท่านมีความสุขยิ่งขึ้น กฎที่ 2 มีดังนี้
อย่าพยายามเป็นเจ้าหัวใจคู่แต่งงานของท่าน
บทที่
3 ถ้าท่านทำเช่นนี้ ท่านจะต้องคอยดูกำหนดเวลาเพื่อไปสู่การหย่าร้าง
- ทางไปสู่การหย่าร้าง ก็คือ "การตำหนิติเตียน"
การติเตียนอันไร้ประโยชน์ และการติเตียนซึ่งเป็นที่ร้าวรานใจ
ถ้าท่านต้องการให้ชีวิตในครอบครัวของท่านมีความสุข กฎที่ 3 มีดังนี้
อย่าตำหนิติเตียน
บทที่
4 ทางที่จะเกิดผลอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้ทุกคนมีความสุข
จงให้คำยกย่องสรรเสริญด้วยความสุจริตใจ
บทที่
5 สิ่งที่มีค่าสูงยิ่งสำหรับผู้หญิง
- ไม่ใช่ความรักดอกที่ทำให้วันเวลาของฉันทุกข์ทรมาน
แต่มันมาจากความร้าวรานในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ
- "ข้าพเจ้าจะผ่านมาทางนี้เพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้น สิ่งใดอันเป็นความดี
ซึ่งข้าพเจ้าสามารถจะปฏิบัติได้ หรือสิ่งใดอันเป็นความกรุณา ซึ่งข้าพเจ้าสามารถจะให้แก่มนุษย์คนใดได้
ขอให้ข้าพเจ้าทำเสียแต่บัดนี้ ขออย่าให้ข้าพเจ้า
รีรอช้า
หรือเพิกเฉย เพราะข้าพเจ้าจะไม่ผ่านมา ทางนี้อีกแล้ว"
กฎข้อที่ 5 มีดังนี้ "จงเอาใจใส่ในสิ่งเล็กๆ
น้อยๆ"
บทที่
6 ถ้าท่านต้องการมีความสุข จงอย่าละเลยสิ่งนี้
จงมีกิริยาวาจาสุภาพอ่อนโยน
บทที่
7 อย่าเป็นคน "ไร้การศึกษาในการแต่งงาน"
- ความล้มเหลวในการแต่งงาน มักจะเนื่องมาจากสาเหตุ 4 ประการ คือ
1. มิได้ปรับปรุงกามารมณ์ให้เป็นที่พอใจต่อกัน
2. ความคิดเห็นขัดแย้งกันในการใช้เวลาพักผ่อนหย่อนใจ
3. การเงินฝืดเคือง
4. จิตใจ ร่างกาย หรืออารมณ์ผิดปกติ
จงอ่านหนังสือดีๆ เกี่ยวกับกามารมณ์ในการแต่งงาน
ที่มา: http://www.geocities.com/pong1930/leader-5.html
How to Win Friends and Influence PeopleฺBy Dale Carnegie วิธีชนะมิตรและจูงใจคน
ของ
เดล
คาร์เนกี
หนังสือ "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" ของ เดล คาร์เนกี เป็นหนังสือที่มีผู้อ่านมากเล่มหนึ่ง
ให้คติและข้อคิดอย่างดียิ่ง
ในการอยู่ร่วม
กับผู้อื่นในครอบครัว ในชีวิตการทำงาน ในสังคม หนังสือได้แบ่งออกเป็น
6 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เทคนิคสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่น
ตอนที่ 2 วิธีปฏิบัติ 6 ประการเพื่อทำให้ผู้อื่นชอบท่าน
ตอนที่ 3 วิธีปฏิบัติ 12 ประการ เพื่อจูงใจผู้อื่นให้คล้อยตามแนวความคิดของท่าน
ตอนที่ 4 วิธีปฏิบัติ 9 ประการเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้อื่น
โดยไม่ให้มีความรู้สึกบาดหมางหรือขุ่นเคือง
ตอนที่ 5 จดหมายซึ่งบันดาลผลมหัศจรรย์
ตอนที่ 6 วิธีปฏิบัติ 7 ประการ เพื่อทำให้ชีวิตในครอบครัวของท่านมีความสุขยิ่งขึ้น
กระผมได้บันทึกสรุปย่อไว้ด้วยลายมือ ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียนนายร้อย
นานทีเดียวครับ ปฏิบัติตามแนวทางได้ก็หลาย ประการอยู่ และที่ปฏิบัติไม่ได้ก็ยังมีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
ก็ต้องพยายามกันต่อไป ไม่ย่อหย่อน อ่อนกำลังครับ ...... ป้อง1930
ตอนที่
1
เทคนิคสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้อื่น
บทที่
1 การตำหนิติเตียน
-
99 ครั้งใน 100 ครั้งแห่งความผิดของมนุษย์ เขาจะไม่ตำหนิติเตียนตนเองแต่อย่างใด
แม้ความผิดพลาดนั้นจะ ร้ายแรงสักขนาดไหนก็ตาม
- การตำหนิติเตียน เป็นสิ่งไร้ประโยชน์ เพราะจำต้องทำให้ผู้ถูกติเตียนแก้ตัวต่างๆ
และพยายามที่จะเข้าข้างตนเอง การตำหนิติเตียนเป็นภัย เพราะมันสามารถทำให้จิตใจอันภาคภูมิของมนุษย์ได้รับความปวดร้าว
ทำลายความรู้สึกแห่งการเป็นคนมีความสำคัญ และก่อให้เกิดโทสะ
- ก่อนที่จะตำหนิติเตียนผู้อื่น แก้ไขวิพากวิจารณ์ผู้อื่น จงแก้ไขตัวของเราเองให้เรียบร้อยเสียก่อน
- ในการติดต่อกับบุคคลทั่วๆไป
เราจงจำไว้เสมอว่าเรามิได้ติดต่อกับบุคคลที่เพียบพร้อมด้วยเหตุผล
แต่เราติดต่อกับบุคคลซึ่งเต็มไปด้วยความ ผันแปรแห่งอารมณ์ และห้อมล้อมอยู่ด้วยอคติ
และจิตใจคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลาด้วยความหยิ่งทะนะ และทิฐิ
- "ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวร้ายต่อผู้ใด จะกล่าวเฉพาะแต่ความดีเท่าที่ข้าพเจ้ารู้ของมนุษย์ทุกคน"
- ควบคุมตนเอง-เข้าใจผู้อื่น-ยินดีให้อภัย ค้นหาความจริงว่าทำไมเขาจึงได้กระทำลงไปอย่างที่เขาได้กระทำ
การเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง คือ การให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่าง
- ทำไม? เราจึงจะด่วนตัดสินผู้อื่นเร็วจนเกินไปเล่า
บทที่
2 เคล็ดลับที่ยิ่งใหญ่ในการติดต่อกับผู้อื่น
-
มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ใครต่อใครทำทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านเคยหยุดคิดเรื่องนี้บ้างไหม?
ถูกแล้ว มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น และนั่นคือ การทำให้บุคคลผู้นั้น "ต้องการ"
ที่จะทำ โปรดจำไว้ ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว
- มีอยู่ไม่กี่อย่างที่เรามนุษย์ธรรมดา มีความกระหายอยากได้ด้วยหัวใจที่จดจ่อ
นั่นคือ มีสุขภาพสมบูรณ์อายุยืน อาหาร นอนหลับ เงินและ สิ่งซึ่งจะซื้อได้
ความสุขในอนาคต ความเกษมสำราญในกามรมณ์ ลูกได้รับความสุขสวัสดี และความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
- ความปรารถนาเพื่อจะเกิดความรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ เป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์
กับสัตว์เดียรัจฉาน
- วิธีที่จะส่งวเสริมให้เขาเหล่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา
ให้เขามีความขยันหมั่นเพียรอย่างสูงสุด ก็คือ การยกย่องสรรเสริญและให้กำลังใจ
- ไม่มีสิ่งใดจะทำลายความทะเยอทะยานของผู้น้อย ยิ่งไปกว่าการตำหนิติเตียนจากหัวหน้า
- การยกย่องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ส่วนการเยินยอทำด้วยความไม่สุจริตใจ
อย่างหนึ่งออกมาจากหัวใจ อีกอย่างหนึ่งออกมาจากไรฟัน อย่างหนึ่งปราศจากการเห็นแก่ตัว
อีกอย่างหนึ่งเต็มด้วยการเห็นแก่ตัว อย่างหนึ่งให้โทษมหันต์
- เลิกคิดถึงความคิดวิเศษวิโสของเรา ความต้องการโน่นนี่ของเรา
เราจงมาคิดถึงความดีประการต่างๆของผู้อื่นบ้าง แต่อย่าได้ใช้คำเยินยอ
ในการชมเชยเป็นอันขาด หากจงใช้ คำยกย่องสรรเสริญด้วยความจริงใจและสุจริต
คำพูดของท่านจะฝังอยู่ในความทรงจำและเป็นสมบัติ อันล้ำค่าแก่อีกฝ่ายหนึ่งนานเท่านานจนตลอดชีวิต
จะดำรงอยู่ให้เขาระลึกถึงมันเสมอเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าท่านเองอาจจะลืมเสียสิ้นแล้ว
บทที่
3 จงปลุกความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้า
-
การชักจูงความประพฤติของมนุษย์ สิ่งแรก จงปลุกความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้า
ผู้ที่สามารถทำได้เช่นนี้ โลกทั้งโลกอยู่ข้างเขา ผู้ที่ทำไม่ได้ จะเดินไปตามหนทางอันอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
- วันพรุ่งนี้ ท่านอาจจะต้องการให้ใครสักคนหนึ่งทำการบางอย่าง ก่อนท่านจะกล่าวคำพูดออกมา
ท่านจงหยุด ถามตนเอง "ฉันจะปฏิบัติอย่างไรจึงจะทำให้เขาต้องการทำตามที่ฉันชักจูง?"
คำถามนี้จะช่วยให้เรายั้งคิดแทนการผลีผลามไปพูดกับใครๆ ถึงความต้องการของเรา
โดยปราศจากผล
- "ถ้ามีเคล็ดลับอย่างใดอย่างหนึ่งส่งเสริมให้ไปสู่ความสำเร็จ
เคล็ดลับอันนั้นก็คือความสามารถเข้าใจในแง่คิดเห็น
ของอีกฝ่ายหนึ่ง และความสามารถมองสิ่งต่างๆในมุมของเขาได้ดีเท่าๆกับมุมของท่านเอง"
ตอนที่
2 วิธีปฏิบัติ 6 ประการ
เพื่อทำให้ผู้อื่นชอบท่าน
บทที่
1 จงปฏิบัติตามนี้ แล้วจะมีผู้ต้อนรับท่านทุกหนทุกแห่ง
- การผูกมิตรกับผู้อื่นจะสำเร็จเรียบร้อยภายในเวลา
2 เดือน ด้วยการเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อเขาผู้นั้น ซึ่งจะได้ผลยิ่งกว่าการผูกมิตรซึ่งใช้
เวลาถึง 2 ปี แต่ด้วยความพยายามให้เขาผู้นั้นเอาใจใส่ต่อเรา
- บุคคลใดที่ละเว้นการเอาใจใส่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เพียงแต่เขาจะดำรงชีวิตอยู่โดยปราศจากความราบรื่น
หากเขาจะเป็นมนุษย์ที่มี อันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่ผู้อื่นด้วย
มนุษย์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ห่างไกลจากความก้าวหน้า และความรุ่งเรืองในประการทั้งปวง
- ฉะนั้น จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น ขอเน้น จงเอาใจใส่อย่างแท้จริงต่อผู้อื่น
ถ้าท่านต้องการให้ผู้อื่นชอบท่าน
บทที่
2 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ผู้อื่นติดเนื้อต้องใจเมื่อแรกพบ
-
ท่านไม่มีความรู้สึกที่จะยิ้มเลยหรือ? เมื่อเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?
มีอยู่ 2 ประการ ประการแรกจงบังคับตัวท่านให้ยิ้ม
จนได้
ถ้าท่านอยู่ คนเดียว จงบังคับตัวของท่านให้ผิวปาก หรือทำเสียงหึ่มๆเป็นทำนองเพลง
หรือร้องเพลง ท่านจงทำกิริยา
ท่าทางเหมือนหนึ่งท่านกำลังมีความสุข
และในที่สุด จะโน้มความรู้สึกของท่านให้มีความสุขจริงๆ
- ความสุขมิได้อยู่ที่สิ่งแวดล้อมภายนอก แต่อยู่ที่สิ่งแวดล้อมภายในต่างหาก
- ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ท่านมี หรือท่านอยู่ในฐานะใด หรือท่านอยู่ที่ไหน หรือท่านกำลังกระทำสิ่งใดที่ช่วยให้ท่านมีความสุข
หรือปราศจาก ความสุข มันอยู่ที่ท่านคิดถึงสิ่งเหล่านั้นต่างหาก
คนส่วนมากมีความสุขมากน้อยเพียงใด แล้วแต่จะทำใจให้รู้สึกเช่นนั้น
-
"ท่านจะไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียวคิดถึงศัตรูของท่าน จงพยายามตั้งใจให้แน่วแน่
มั่นคงในสิ่งที่ท่านปรารถนาจะ
กระทำ
ครั้นแล้ว โดยปราศจากการลังเลหันเห ท่านจงมุ่งตรงไปสู่จุดหมายนั้น
จงทำใจของท่านให้จดจ่ออยู่เสมอว่า ความปรารถนาของท่านเพื่อกระทำสิ่งใดๆ จะประสบผลอันงามเลิศ
แล้วท่านจะพบว่าขณะวันและเวลาล่วงไป โอกาสจะเปิด ให้ท่านประสบความสำเร็จตามความปรารถนาโดยไม่รู้ตัว"
- จงสร้างมโนภาพของท่าน ถึงบุคคลที่มีสมรรถภาพสูง เข้มแข็งเอาการเอางาน ซึ่งท่านประสงค์จะเป็นเช่นนั้นบ้าง
และจากความนึกคิด ทุกๆชั่วโมงอันนี้เอง สามารถเปลี่ยนแปลงท่านให้เป็นบุคคลที่มีความเด่นเป็นพิเศษ.....
ความคิด เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุด
จงดำรง รักษาจิตใจ แนวจิตไว้ให้อยู่ในท่าทีถูกต้องดีงาม ท่าทีแห่งความกล้าหาญบึกบึน
แห่งความเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา และร่าเริงแจ่มใส ความคิดอันถูกต้องดีงามจะนำไปสู่การสร้างสรรค์
ความสำเร็จสมดังปรารถนามาจากความตั้งใจจริง เราจะเป็นอย่างไร
แล้วแต่ใจเราคิด
- มีภาษิตของจีนกล่าวไว้ว่า คนที่ใบหน้าไม่ยิ้ม อย่าเปิดร้านค้าขาย
ฉะนั้น วิธีง่ายๆ ที่ทำให้ผู้อื่นติดใจเมื่อแรกพบ ก็คือ "ยิ้ม"
บทที่
3 ถ้าท่านไม่ทำตามนี้ ท่านจะบ่ายหน้าไปพบความยุ่งยาก
- การให้เกียรติโดยการตั้งชื่อ
- พยายามจดจำชื่อบุคคลที่เราพบปะให้ได้มากที่สุด
- จงจำไว้ว่า ชื่อของบุคคลใดก็ตาม สำหรับบุคคลนั้น เป็น สำเนียงหวานที่สุด
และสำคัญที่สุด ในภาษามนุษย์
บทที่
4 หนทางง่ายๆ ที่จะเป็นนักสนทนาที่ดี
- ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
สนใจอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่จะเป็นการแสดงความคารวะยิ่งไปกว่านี้
- มีบุคคลอยู่เป็นอันมาก ประสบความล้มเหลวที่จะเป็นผู้ได้รับความนิยม เนื่องจากไม่ฟังผู้อื่นอย่างตั้งอกตั้งใจ
- ความสามารถเป็นนักฟังที่ดีของมนุษย์เป็นสิ่งหายาก เกือบจะยิ่งกว่านิสัยดีๆอื่นๆทั้งหลาย
- จงตั้งคำถามในเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งจะตอบด้วยความยินดี สนับสนุนให้ผู้อื่นสนทนาถึงเรื่องของเขา
และความสำเร็จของเขา
- โปรดจำไว้เสมอว่า บุคคลที่ท่านสนทนาด้วย เป็นผู้สนใจตัวของเขาเอง ความต้องการของเขา
และปัญหาของเขา ยิ่งกว่าจะสนใจในตัวท่าน และปัญหาของท่านตั้งร้อยเท่า
จงเป็นนักฟังที่ดี จงสนับสนุนให้อีกฝ่ายหนึ่งคุยถึงเรื่องของเขา
บทที่
5 วิธีทำให้ผู้อื่นสนใจ
- ค้นหาความจริงว่าเขาสนใจในสิ่งใด และเขามีความสุขในการสนทนาถึงสิ่งใด
สนทนาในเรื่องที่อีกฝ่ายหนึ่งสนใจ
บทที่
6 วิธีทำให้ผู้อื่นชอบท่านในทันที
- จงทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
- จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่ท่านต้องการจะให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อท่าน
- คำพูดสั้นๆ เช่น "เสียใจมากที่ต้องรบกวน" , "โปรด", "กรุณา",
"ขอบคุณ" ความสุภาพอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยจะช่วยปลอบใจ
อีกฝ่ายหนึ่งให้หายจากความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียจากงานประจำวัน
จงทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ และ จงทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ตอนที่
3 วิธีปฏิบัติ 12 ประการ เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามแนวความคิดของท่าน
บทที่
1 ท่านไม่สามารถชนะการโต้แย้ง
- มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้นที่จะบันดาลให้การโต้แย้งเป็นสิ่งดีที่สุด
นั่นก็คือ หลบหลีกมันเสีย จงหลบหลีกการโต้แย้ง
เช่นเดียวกับท่านหลบหลีกงูพิษ
- 9 ใน 10 ครั้งของการโต้แย้ง จะจบลงด้วยต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นยิ่งขึ้นไปกว่าเก่าว่า
ตนเป็นฝ่ายถูกเต็มที่
- "คนที่จำใจต้องเชื่อ ในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ ความคิดเห็นของเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง"
- เบนจามิน แฟรงคลิน กล่าวไว้ว่า "ถ้าท่านโต้แย้ง พูดให้เจ็บใจ และ เถียง
ท่านอาจประสบชัยชนะในบางครั้ง แต่เป็นชัยชนะที่ว่างเปล่า ทั้งนี้ก็เพราะท่านไม่สามารถได้รับไมตรีจิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง"
ดังนั้นขอให้ท่านพิจารณาด้วยตนเองว่า ท่านต้องการชัยชนะในการโต้แย้ง หรือต้องการไมตรีจิตจากอีกฝ่ายหนึ่ง?
น้อยนักที่จะได้รับทั้งสองอย่าง
- "เป็นสิ่งสุดวิสัย ที่จะเอาชนะคนโง่เขลา
เบาปัญญา ด้วยการโต้แย้ง"
- พระพุทธเจ้าตรัส "เวร (ความเกลียด ความพยาบาท) ย่อมไม่ระงับด้วยเวร แต่ระงับด้วยความรัก"
และทำนองเดียวกัน ความไม่เข้าใจต่อกัน ย่อมจะไม่ระงับด้วยการโต้แย้ง แต่ด้วยความรู้จักผ่อนสั้นผ่อนยาว
ความสุขุมรอบคอบ ความประนีประนอม และความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นแง่คิดของอีกฝ่ายหนึ่งได้
- ลินคอน กล่าว "บุคคลใดมีเจตนาที่จะได้ประโยชน์สูงสุด เพื่อตัวเขาเอง
เขาจะไม่ใช้เวลาให้หมดไปโดยการโต้เถียงเป็น
อันขาด
การโต้เถียงจะเป็นผลให้เกิดโทสะ
และทำลายอำนาจบังคับตนเอง
และจงยอมจำนนต่อการโต้เถียงในเรื่องใหญ่
ซึ่งผลที่ท่านจะได้รับ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการอวดตนว่าท่านไม่แพ้ใคร
และจงยอมจำนนต่อการโต้เถียงในเรื่องเล็ก แม้ท่านมีสิทธิ์ที่จะกระทำอย่างเต็มที่
จงให้ทางแก่หมาแทนที่ท่านจะต่อสู้กับมัน
เพื่อรักษาสิทธิ์ของท่านจนท่านถูกมันกัดเอา แม้ท่านจะฆ่าหมาตัวนั้นเสีย แต่ท่านก็ยังคงมีแผลถูกกัดอยู่นั่นเอง
- ฉะนั้น กฎข้อที่ 1 มีดังนี้
วิธีระงับการโต้แย้ง หรือโต้เถียง ที่ดีที่สุดก็คือ จงหลีกเลี่ยงเสีย
บทที่
2 หนทางอันแน่นอนที่จะสร้างศัตรู และวิธีหลีกเลี่ยง
- ท่านจะกล่าวหาผู้อื่นว่าทำผิด ด้วยสายตา ด้วยสำเนียง หรือด้วยอากัปกิริยาใดก็ตาม
ย่อมมีความหมายทำนองเดียวกับ ท่านลั่นวาจาออกไป
- การกล่าวหาของท่านเปรียบเสมือนท่านชกกร้วมเข้าที่สติปัญญาของเขา ดุลยพินิจของเขา
ความภาคภูมิใจของเขา และความเคารพตนเองของเขา ผลก็คือ จะทำให้เขาผู้นั้นต้องการจะตอบโต้บ้าง
- อย่าเริ่มคำพูดด้วยประโยค "ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้"
เป็นวาจาที่ไม่สมควรเลย เป็นวาจาที่ส่อ ความหมายว่า "ผมวิเศษกว่าคุณ"
- ถ้าท่านต้องการจะพิสูจน์ให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม จงอย่าให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ตัวเป็นอันขาด
จงกระทำอย่าง
มีชั้นเชิง
อย่างมีไหวพริบ โดยไม่มีใครรู้สึกว่าท่านได้กระทำลงไป "มนุษย์จะต้องสอนเหมือนกับท่านมิได้สอน
และ สิ่งใดที่เขา
ไม่รู้
จงเสนอแก่เขา เหมือนหนึ่งเขาลืมไป"
- Lord Chesterfield รัฐบุรุษ-นักปราชญ์อังกฤษ
ค.ศ.1694-1737 สอนลูกชายว่า "เจ้าจงเป็นผู้ฉลาดกว่าผู้อื่น ถ้าเจ้า
สามารถเป็นเช่นนั้นได้ แต่อย่าได้บอกให้เขารู้ว่าเจ้าฉลาดกว่าเขา"
- คำพูดเช่น "ผมอาจจะผิดไปก็ได้" "ผมมักจะผิดเสมอ"
"เรามาพิจารณาข้อเท็จจริงกันดีกว่า" เป็นคำพูดซึ่งมีอำนาจวิเศษอย่างแท้จริงใน
อันที่จะทำความพอใจให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง
- ด้วยการยอมรับว่าท่านอาจจะเป็นผู้ผิด ท่านจะไม่มีเรื่องกับใครเป็นอันขาด
เพราะการพูดเช่นนี้จะยุติการถกเถียงลงอย่าง
สิ้นเชิง
และ "จูงใจให้อีกฝ่ายหนึ่งมีความยุติธรรม และใจกว้างเหมือนท่าน"
- จากหนังสือ "การสร้างจิตใจ" ของ ศ.เยมส์ อาร์วีย์ รอบินซัน :-
"ในบางครั้งเราจะพบว่า เราเปลี่ยนใจของเราอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีเรื่องขัดใจ
หรือเกิดความสะเทือนใจอันรุนแรง
ใดๆ
แต่ถ้ามีใคร มาบอกว่าเราผิด เราจะรู้สึกฉิวในคำกล่าวหานั้น และใจของเราจะเกิดอาการกระด้างกระเดื่องขึ้นมา
เราต่างเป็นคนที่ไม่สู้จะเอาใจใส่เลยว่า ความเชื่อถือของเราอยู่ในลักษณะใดบ้าง
แต่ถ้าหากมีใครมาข่มเหงน้ำใจเรา เราจะเกิดความเชื่อในสิ่งที่เราเชื่ออย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ไม่ใช่ ความคิดของเราหรอกที่เราหวงแหนนัก แต่เราหวงแหน
ความนับถือตนเองโดยจะไม่ยอมให้ถูกข่มขู่ต่างหาก"
- เมื่อเราทำผิด เราอาจจะยอมรับผิดกับตัวของเราเอง ถ้าผู้อื่นรู้จักปฏิบัติต่อเราด้วยวิธีอันละมุนละไม
และถูกกาละเทศะ เราอาจจะยอมรับผิด กับผู้นั้นอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาโดยปราศจากความสะทกสะท้าน
แต่เราจะไม่ยอมรับผิดเป็นอันขาด ถ้ามีใครมาบังคับขู่เข็ญให้เราพูด ความจริง
- ละเว้นการคิดค้านโต้แย้งให้ผู้อื่นได้รับความสะเทือนใจ หรือกล่าวยืนยันอย่างหนึ่งอย่างใดว่าข้าพเจ้าถูก
และข้าพเจ้า จะไม่ยอมใช้คำพูด ใดๆ ที่บ่งไปโดยชัดแจ้งว่าข้าพเจ้ามีความคิดเห็นอย่างแน่นแฟ้นมั่นคง
เป็นต้นว่า "แน่ทีเดียว" , "ไม่มีอะไรที่ควรสงสัย" ฯลฯ
ข้าพเจ้าใช้คำพูด แทนว่า "ฉันนึกว่า" , "ฉันเข้าใจว่า" หรือ "ฉันคิดว่า"
จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
หรือ
"เท่าที่ปรากฎเวลนี้ดูเหมือน" เบนจามิน แฟรงคลิน นัก การทูตชั้นยอดของสหรัฐฯ
กล่าวไว้ว่า"เมื่ออีกฝ่ายหนึ่ง ยืนยันบางประการ
ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเขาผิด ข้าพเจ้าไม่ยอมถือเป็นของสนุกที่จะขัดคอเขาทันที
หรือแสดง กิริยาอย่างหนึ่งอย่างใดไปในทางเยาะเย้ยความเข้าใจของเขา"
- การถ่อมตนในการแสดงความคิดเห็น ช่วยให้คู่สนทนายอมรับความคิดเห็นของเราง่ายยิ่งขึ้น
และมีการโต้เถียงน้อยลง ถ้าเราผิดก็จะไม่ รู้สึกอับอายขายหน้ามากมาย
เมื่อเราถูก เราจะสามารถจูงใจอีกฝ่ายหนึ่งให้ยอมแพ้อย่างง่ายดาย และมีความคิดเห็นคล้อยตามเรา
- พระเยซูพูด "จงคล้อยตามปรปักษ์ของท่านโดยเร็ว" หรืออีกนัยหนึ่งคือ อย่าโต้แย้งลูกค้าของท่าน
ภรรยาของท่าน หรือปรปักษ์ของท่านอย่าบอกว่าเขาผิด อย่ายั่วให้เขาเกิดโทสะ
แต่จงใช้ชั้นเชิงบ้างสักเล็กน้อย
- จงมี "ชั้นเชิง"
อย่าช่วยให้เราได้ชัยชนะ
ดังนั้น ถ้าท่านต้องการจูงใจผู้อื่นให้คล้อยตามแนวความคิดของท่าน กฎข้อที่
2 มีดังนี้
"จงเคารพความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่ง อย่าบอกผู้ใดว่าเขาผิดเป็นอันขาด"
บทที่
3 ถ้าท่านผิด จงสารภาพ
- ถ้าเรารู้ตัวว่าเราทำผิด จะไม่ดีกว่าหรือที่เราจะกล่าวถึงความผิดของเราก่อนอีกฝ่ายหนึ่งจะแย้มปาก?
"การตำหนิติเตียน
ตนเอง
ย่อมจะน่าฟังกว่าให้คนแปลกหน้า หรือคนอื่นมาตำหนิติเตียนเรา"
- ท่านจงปรักปรำลงโทษตัวของท่านในประการต่างๆ ถ้าหากท่านรู้ตัวว่าอีกฝ่ายหนึ่งคิด
หรือต้องการจะพูด หรือตั้งใจจะพูด
อย่างไร
และ ท่านจงพูดก่อนอีกฝ่ายหนึ่งมีโอกาสแย้มปาก ซึ่งเป็นการลดความโมโหโทโสของเขาให้สงบลงได้
จากการกระทำ
เช่นนี้
ท่านมีโอกาสอัน งดงามที่จะจูงใจให้เขาเป็นคนใจกว้าง เปลี่ยนท่าทีโอนอ่อนไปในทางให้อภัย
และจะเห็นความผิด ของท่านเป็นสิ่งเล็กน้อย
- คนโง่มักจะแก้ตัวเมื่อได้กระทำผิด
และคนโง่ส่วนมากปฏิบัติเช่นนี้ แต่ด้วยการสารภาพผิดอย่างน่าชื่นตาบาน
ไม่เพียงจะทำให้คนเรา กลายเป็นผู้อยู่เหนือกว่าฝูงสัตว์ หากจะทำให้มีใจสูงขึ้นด้วย
- เมื่อเราเป็นฝ่ายถูก เราจงชักจูงอีกฝ่ายหนึ่งให้มาสู่แนวทางแห่งความคิดของเราอย่างสุภาพและนิ่มนวล
และเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด ถ้าเรามีใจ เที่ยงตรง
เราจะพบความจริงว่าเราเป็นฝ่ายผิดบ่อยๆ เราจงยอมรับผิดโดยเร็ว
และด้วยความร้อนกระวนกระวาย วิธีรับผิดนี้ไม่เพียงแต่จะนำ ผลอันน่าพิศวงมาให้เท่านั้น
หากท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม โดยการใช้วิธีเดียวกันนี้ จะทำให้เราเกิดอารมณ์สนุกยิ่งกว่าพยายามแก้ตัว
- สุภาษิตเก่า "ด้วยการต่อสู้ ท่านจะมิได้รับผลเป็นที่พอใจ แต่ด้วยการยอมจำนน
ท่านจะได้รับมากกว่าที่ท่านหวัง
ดังนั้นกฎข้อที่
3 :-
ถ้าท่านผิด จงรับผิดโดยอย่าได้รอช้า และ
รับด้วยเสียงหนักแน่น
บทที่
4 หนทางอันเลิศที่จะเข้าถึงเหตุผลของผู้อื่น
- "ถ้าหากท่านถูกยั่วให้เกิดโทสะ และท่านพูดใส่หน้าอย่างไม่อั้นต่อผู้ยั่วโทสะท่านสักประโยคสองประโยค
ท่านจะสบายใจที่ได้ระบาย ความเดือดดาลของท่าน แล้วอีกฝ่ายหนึ่งเล่า?
เขามีส่วนร่วมสบายใจเหมือนท่านหรือเปล่า การเอะอะโผงผางของท่าน
กิริยาท่าทีตั้งท่าเป็น ศัตรูของท่าน ท่านคิดว่าเป็นของง่ายที่จะชักนำให้เขามีความเห็นสอดคล้องกับท่านกระนั้นหรือ?"
- วูดโรว์ วิลสัน กล่าว "ถ้าท่านมาหาข้าพเจ้าด้วยการกำหมัด ข้าพเจ้าขอรับรองว่า
หมัดของข้าพเจ้าจะกำแน่นยิ่งไปกว่า
ของท่าน
แต่ถ้าท่าน มาหาข้าพเจ้าและพูดว่า "เรามานั่งลงปรึกษาหารือกันดีกว่า และถ้าหากว่าความคิดเห็นของเราขัดแย้งกัน
เรามาทำความเข้าใจกันว่าเหตุใดเรา จึงมีความเห็นไม่ตรงกัน และอะไรเป็นแง่ในปัญหานั้น"
เราจะพบความจริงว่าเรา กลายเป็นกันเอง และความเห็นขัดแย้งกันในแง่ต่างๆ จะมี
อยู่บ้างก็เพียงเล็กน้อย ในเมื่อแง่ที่มีความเห็นสอดคล้องกันมีอยู่มาก และถ้าเราเป็นคนรู้จักมีน้ำอดน้ำทน
พูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และ มีเจตนาที่จะสมัครสมานซึ่งกันและกัน เราจะผ่อนสั้น
ผ่อนยาวเข้าหากัน"
- ถ้าบุคคลใดมีใจปวดร้าวอยู่ด้วยความขุ่นแค้นและโกรธเคืองท่าน ท่านจะไม่สามารถจูงใจเขาให้คล้อยตามแนวความคิด
ของท่านเป็นอันขาด แม้จะใช้หลักตรรกวิทยาที่มีอยู่ทั้งหมดในโลก
พ่อแม่ที่ชอบดุด่า และนายหรือสามีที่ชอบใช้อำนาจ หรือภรรยาที่ชอบจู้จี้ ควรจะรู้ความจริงว่า
จากการปฏิบัติดังกล่าว จะไม่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเกิดความต้องการที่จะเปลี่ยนใจ
ท่านและข้าพเจ้าสามารถบังคับบีบคั้นให้บุคคลใดมีความคิดเห็นสอดคล้องกับเราได้
ถ้าเราใช้วิธีสุภาพอ่อนโยนอย่างกันเอง เราจะสามารถ จูงใจเขาเหล่านั้นให้คล้อยตามแนวความคิดของเราได้
- ลินคอล์น กล่าว "น้ำผึ้งเพียงหยดเดียว
จับแมลงวันได้มากกว่าน้ำบอระเพ็ด 1 แกลลอน"
เพราะฉะนั้น ถ้าท่านต้องการจูงใจผู้อื่นให้เห็น ดีเห็นชอบในวัตถุประสงค์ของท่าน
สิ่งแรกที่สุดที่ท่านจะต้องปฏิบัติก็คือ ทำให้เขาเชื่อถือว่าท่านเป็นมิตรสุจริตของเขา
ด้วยเหตุนี้เองถ้าท่านจะใช้น้ำผึ้งสักหยดหนึ่งเหยาะลงในหัวใจของอีกฝ่ายหนึ่ง
ให้ชื่นฉ่ำ
ซึ่งท่านจะพูดอะไรแก่เขาก็ตาม จะเป็นทางอันล้ำเลิศที่จะดึง เหตุผลของเขาให้หันมาสอดคล้องกับของท่าน
- ติดต่อฉันมิตร เห็นอกเห็นใจ และ
ขอร้องในอาการยกย่อง
- ความสุภาพอ่อนโยน และไมตรีจิต จะต้องมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าความฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด
และการใช้กำลังบังคับเสมอ
สรุป เมื่อท่านต้องการจูงใจให้ผู้อื่นคล้อยตามแนวความคิดของท่าน
กฎข้อที่ 4 :-
จงเริ่มต้นด้วยมิตรไมตรี
|