| Supisra 的个人资料Princess Onnie照片日志列表 | 帮助 |
|
1月19日 ทุกอย่างเกิดจากตัวเรา▂ ▃ ▄ ▅ ▆ ▇ █ ミ Current Status ミ []-[]-[] ความเงียบ กับ การรอคอย []-[]-[] ความเงียบ -[]- "มีความสุขมั้ย" การรอคอย -[]- "เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ เรียกว่าความสุขมั้ย แต่เราก็ทำ อย่างดีที่สุด" ความเงียบ -[]- "เมื่อไหร่เธอถึงจะพบความสมหวัง" การรอคอย -[]- "บทบาทของเราคือการรอคอย เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแค่นี้ อย่างอื่นคงทำไม่ได้และทำได้ไม่ดี" ความเงียบ -[]- "แล้วทำไมต้องคอยใครให้ทำรึ" การรอคอย -[]- "บทบาทของเราไม่รู้ว่าใครกำหนด ไม่รู้ว่าใครให้ทำ แต่เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด" ความเงียบ -[]- "มีความสุขมั้ย" การรอคอย -[]- "เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำ เรียกว่าความสุขมั้ย แต่เราก็ทำอย่างดีที่สุด" ความเงียบ -[]- "ถ้ามีอะไร 2 อย่างให้เลือกจะทำมั้ย" การรอคอย -[]- "บอกมาสิว่าอะไร คอยฟังอยู่" ความเงียบ -[]- "อย่างแรก เราจ้างให้เธอคอยใครคนหนึ่งให้หน่อย อย่างที่สอง อย่าหยุดคอยใครคนนั้นจนกว่าเธอจะพบเค้า แล้วบอกว่าฉันคอยเธออยู่" การรอคอย -[]- "เรามีบทบาทเพียงแค่รอคอย ไม่รับจ้างเป็นพิเศษหรอก ไปจ้างสิ่งนี้กับคนอื่นเถอะ" ความเงียบ -[]- "อย่างแรกไม่รับ แล้วอย่างที่สองล่ะรับทำมั้ย" การรอคอย -[]- "อย่างที่สอง เป็นสิ่งที่ต่อเนื่องจากอย่างแรก เราก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน" ความเงียบ -[]- "แล้วบทบาทเธอที่ทำอยู่เธอทำให้ใครล่ะ" การรอคอย -[]- "เราไม่ได้ทำให้ใคร บทบาทของเราแทรกซึมอยู่ในใจใครหลายๆ คน" ความเงียบ -[]- "หมายความว่าไงล่ะ" การรอคอย -[]- "เราแทรกซึมอยู่ระหว่างที่ใครคนหนึ่ง นั่งรอช่วงเวลาที่นัดพบกันกับใครอีกคน เราแทรกซึมอยู่ระหว่างที่ใครคนหนึ่ง มองคอมพิวเตอร์เพื่อปรากฏให้ใครอีกคนมาตอบกระทู้ เราแทรกซึมอยู่ใจในใครคนหนึ่ง ที่จดจ่อกับใครอีกคนตลอดเวลา" ความเงียบ -[]- "ดูแล้วเธอคงเศร้ามากที่ทำแต่อย่างนี้" การรอคอย -[]- "เราไม่รู้ว่าเรียกว่าความเศร้ามั้ย แต่ถ้าเราได้เจอกับใครคนหนึ่งในช่วงเวลานั้นแล้ว เราจะมีความสุข" ความเงียบ -[]- "ถ้าเราอยากบอกว่า เธอได้แทรกซึมอยู่ในใจเราแล้วล่ะ จะเชื่อมั้ย" การรอคอย -[]- "เธอจะบอกเราว่าเธอคอยใครรึ" ความเงียบ -[]- "เรามีบทบาทเพียงแค่ความเงียบ" การรอคอย -[]- "งั้นเราก็มีบทบาทเพียงแค่การรอคอยตอบของเธอต่อไป" []-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[] "เพื่อนของเราชื่อความเหงา..." เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว กอดตัวเองไม่มีใคร ไม่เห็นเป็นไรแค่นี้ ไม่ว่าเราจะพบอะไร จะเจอกับวันที่ร้ายหรือดี ใจก็ยังคงพร้อมจะมีความเหงาเป็นเพื่อน....เคียงไป บนทางเดินที่เราเคยหกล้ม ทำให้ใครบางคนนั้นหล่นหาย ฝากรอยแผลไว้ข้างใจ ทิ้งให้เราจดจำ มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพรำ วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป ไม่รู้ ไม่รู้ต้องเดินไปถึงเมื่อไหร่ เหงา... ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไม อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ มีวันที่ลมหนาวพัดมา และก็มีวันที่ฝนพรำ วันเดือนปียังหมุนประจำ ฉันเหงาก็ยังต้องเดินต่อไป กอดความเหงาไว้กับใจ อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ อาจเป็นเพราะโลกมันกว้างไป หัวใจก็เลยเหงา เหงา แต่ยังยิ้มและยังไม่เศร้า กอดความเหงาไว้กับใจ เมื่อใดที่หัวใจนั้นอ่อนล้า คือเวลาที่เรานั้นอ่อนไหว และคนเราจะทนเหงาไปได้สักเท่าไหร่ []-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[] ท่ามกลางท้องน้ำและฟากฟ้าที่ไม่มีแผ่นดินกั้น เราจะพบว่า ... โลกนี้ช่างกว้างใหญ่นัก แล้วเราก็เหมือนกับเศษละอองทุลีของโลกใบโต แหม...มันช่างดูไร้ค่าซะจริง แต่เชื่อเถอะ ไม่มีใครหรือสิ่งไหนในโลกนี้ที่ไร้ค่าหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างมีค่าในตัวมันเองเสมอ อยู่ที่องศาและมุมมอง . . . มีความคิดดีมาฝากเป็นของขวัญปีใหม่ค่ะ... หัดพูดแต่ด้านบวก แล้วจะรู้ว่า มีคนอีกมากมายที่รักเรา หัดยิ้ม แล้วจะรู้ว่า เราคือคนที่น่ารัก หัดฟาดฟันกับ อุปสรรค แล้วจะรู้ว่า เราคือคนที่เข้มแข็ง ลองทน แล้วจะรู้ว่า เรามีความอดทน ยิ่งกว่าใคร ลองออกกำลังกายทุกวัน แล้วจะรู้ ว่าเราคือมนุษย์เจ้าพลังคนหนึ่ง ลองคิดเอาชนะ แล้วจะรู้ว่า เราสามารถเอาชนะตัวเองได้ไม่ยาก ลองคิดให้ ใหญ่ แล้วจะรู้ว่า เรามีความสามารถอย่างน่าแปลกใจ []-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[] ... นักพูดที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่ มีผู้เข้าร่วม 200 ท่าน แล้วเขาก็พูดว่า ' ใครอยาก ได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง' มือได้ ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก และเขาก็พูดต่อว่า 'ฉันจะให้ เงินแบงค์ 1,000 นี้แก่หนึ่งในพวกท่าน แต่ครั้งแรกนี้ฉันจะทำ อย่างนี้' เขาเริ่มที่จะขยำ ๆ เงินนั้นแล้วเขาก็ถามอีกว่า ' ใครจะยังต้องการมันอีก' ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก 'ดี' เขา ตอบ ' แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ' และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้นและ เริ่มที่เหยียบย่ำมันด้วยรองเท้าของเขา แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา ขณะนี้มันทั้งยับยู่ยี่และสกปรก 'ตอนนี้ใครยังต้องการมันอีก' ก็ยังคงมีคนยกมืออีก ' เพื่อน ๆ คุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้วว่า ' ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน คุณก็ ยังต้องการมันอยู่ เพราะว่ามันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ยังคงมีค่า 1,000 บาทอยู่นั่นเอง เหมือนกับ หลาย ๆ ครั้งในชีวิตของเรา ที่ถูกทิ้ง ถูก เหยียบย่ำ และถูกทำให้สกปรก โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า คุณค่าของเราลดน้อยลง แต่ไม่ว่าอะไรที่ได้เกิด ขึ้น หรืออะไรที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าของคุณ คุณเป็นคนพิเศษ อย่าลืมมันตลอดไป! 'อย่านำความผิดหวังของเมื่อวานมาบดบังความฝันในวันพรุ่งนี้' สวัสดีปีใหม่ค่ะ นู๋ออน เพลงดาบเดียวดาย _____/\/\/\/\/\/\______/\/\/\/\/______\/\/\/\/\_______________ ฉันชื่อ "โอกาส" ที่เมืองหนึ่งของประเทศกรีก เคยมีรูปปั้นแกะสลักตั้งอู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันนี้ รูปปั้นนี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก แต่แผ่นที่จารึกที่บรรยายเกี่ยวกับรูป ปั้นยังคงเหลืออยู่ คำบรรยายเขียนไว้ในรูปแบบการสนทนาระหว่างรูปปั้นกับคนที่เดินผ่านไปมา “รูปปั้นเอ๋ย ท่านชื่ออะไร” “ฉันชื่อโอกาส” “ใครเป็นคนแกะสลักท่านขึ้นมา” “ช่างแกะสลักชื่อ ลีซีปัส” “ทำไมท่านจึงยืนเขย่งเท้า?” “เพื่อบ่งบอกว่าฉันอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม” “แล้วทำไมที่เท้าของท่านจึงมีปีก” “เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว” “แต่ทำไมผมด้านหน้าของท่านจึงยาวอย่างนี้” “ก็เพื่อให้คนที่พบฉัน จะได้จับฉวยไว้ได้ง่าย” “แล้วทำไมหัวด้านหลังของท่านจึงล้าน ไม่มีผมแม้แต่เส้นเดียว” “ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า เมื่อฉันผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับฉันได้ใหม่” จริงด้วย ทางด้านหน้าของ “โอกาส” มีผมยาวแต่ด้านหลังล้านเกลี้ยง เพราะเมื่อปล่อยให้ “โอกาส” ผ่านไปแล้ว ก็ยากที่จะจับยึดมันกลับมาได้อีก “โอกาส” จึงเตือนเราทุกคนว่า “อย่ามาต่อว่าฉัน ว่าฉันไม่เคยมาเยี่ยมกราย เพราะบ่อยครั้งเหลือเกินที่ฉันมาเคาะประตู แต่เธอกลับไม่อยู่บ้าน ทุกวันฉันยืนรออยู่ที่หน้าบ้านเธอ เรียกให้เธอตื่น ให้ขยันขันแข็ง ให้รีบตัดสินใจ ให้ลงมือทำ ให้ออกแรง ให้สู้ เพื่อจะได้มาซึ่งชัยชนะ และความสำเร็จ จงอย่าปล่อยให้ฉันผ่านไป เธอจะได้ไม่ต้องนั่งเสียใจ ในภายหลัง ที่ฉัน “โอกาส” ผ่านมา แต่เธอไม่รู้จักจับฉวย” []-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[] ตอนที่ 2บทที่
5 เคล็ดลับของโซเครตีส
- ในการสนทนากับผู้อื่น อย่าได้เริ่มต้นพูดในเรื่องที่ท่านไม่เห็นพ้องด้วย
แต่จงเริ่มต้นด้วยการเน้นคำพูดให้หนักแน่น และเน้นคำพูดนี้ อยู่ตลอดเวลาในสิ่งที่ท่านเห็นพ้องด้วย
บทที่
6 วิธีกำจัดความไม่สมหวัง
- ในบางครั้ง การปล่อยให้ผู้อื่นเป็นฝ่ายพูด จะนำประโยชน์อย่างล้ำค่ามาให้
บทที่
7 วิธีที่จะได้รับความร่วมมือ
-
ท่านรู้สึกเลื่อมใสในความคิดที่ท่านค้นพบด้วยตนเองยิ่งไปกว่าความคิดซึ่งผู้
อื่นค้นพบ
และใส่จานเงินยื่นส่งให้ท่านหรือเปล่า? ถ้าเช่นนั้นจริง
เป็นของแน่เหลือเกินที่ท่านจะต้องพยายามผลักดันความคิดของท่านให้คนอื่นรับ
ไว้
ใช่ไหม? มันจะไม่เป็นการ
บทที่
8 สูตรซึ่งจะบันดาลผลมหัศจรรย์แก่ท่าน
- อย่าลืมว่าบุคคลใดก็ตาม อาจจะทำผิดอย่างไม่มีทางแก้ตัว
แต่บุคคลนั้นจะคิดว่าเขาไม่ผิดเลย ท่านจงอย่าปรักปรำลงโทษเขาผู้นั้น
เพราะการ กระทำเช่นนั้น คนโง่ทุกคนย่อมทำได้ ท่านจงพยายามเข้าใจเขาให้ถี่ถ้วน
บทที่
9 สิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ
- คาถาศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถหยุดการโต้เถียง ทำลายความรู้สึกโกรธเคือง สร้างมิตรไมตรี
และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ "ผมมิได้
โทษคุณเลยแม้แต่น้อยที่คุณรู้สึกเช่นนี้ ถ้าผมเป็นคุณ แน่นอนเหลือเกิน
ผมจะต้องรู้สึกเหมือนอย่างคุณ เช่นเดียวกัน"
คำพูดเช่นนี้แม้แต่คนพาลเกเรอย่างร้ายกาจที่สุดก็จะเยือกเย็นลง
บทที่
10 มนุษย์ทุกคนชอบการขอร้อง
- เพื่อให้บุคคลใดก็ตามเปลี่ยนใจของเขา จงขอร้องให้เขาเกิดความรู้สึกว่า
การปฏิบัตินั้นๆเป็นเจตนาดีงาม ยิ่งกว่าการปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง
บทที่
11 ภาพยนตร์ปฏิบัติเช่นนี้ วิทยุปฏิบัติเช่นนี้ ทำไมท่านจึงไม่ปฏิบัติตามบ้าง?
- เวลาที่ต้องการเสนออะไรบางอย่าง เพียงแต่กล่าวความจริงอย่างเดียวยังไม่พอ
การกล่าวความจริงต้องประกอบด้วย พูดให้ซาบซึ้ง เขย่า ความสนใจ และเกิดความรู้สึกเร้าใจ
ทั้งนี้ต้องอาศัยศิลปะแห่งการเชิญชวนอยู่มาก ภาพยนตร์ วิทยุ ปฏิบัติ
บทที่
12 เมื่อทำอย่างไรๆ ก็ไม่ได้ผล ลองใช้วิธีนี้ดูบ้าง
- วิธีที่จะผลิตงานได้มากๆ ก็คือ การ "กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกัน"
แต่ไม่ได้หมายถึงการแข่งขันอันโสมมและต้องทุ่มเทเงินทอง แต่หมายถึงกระตุ้นให้เกิดความปรารถนาที่จะเป็นคนเก่งกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
บทที่
2 วิธีวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ทำให้ผู้ใดเกลียด
- ตอนเที่ยงวันหนึ่ง ชารลส์ ชะวอบ เดินผ่านโรงถลุงเหล็กโรงหนึ่งของเขา เขาได้มองเห็นคนงานกลุ่มหนึ่งกำลังสูบบุหรี่กัน
เหนือหัวของ คนงานเหล่านั้นมีป้ายแขวนไว้ว่า "ห้ามสูบบุหรี่" ท่านคิดว่าชะวอบชี้ที่ป้ายนั้นและพูด
"อ่านหนังสือเป็นไหม?" หรือเปล่า? มิได้ ชะวอบมิได้ เป็นคนเช่นนั้น
เขาเดินไปหาคนเหล่านั้น ควักซิการ์ส่งให้คนละมวน และพูด "จะดีไม่น้อย
ถ้าพวกคุณพากันไปสูบซิการ์นี้กันข้างนอก" คนงานเหล่านี้ตระหนักดีว่าชะวอบรู้ว่าเขาได้พากันฝ่าฝืนกฎ
เขาต่างพากันนึกชมเชยชะวอบไปตามๆกัน ชะวอบมิได้พูดถึงความผิดนี้เลย
มิหนำซ้ำกลับกำนัลซิการ์แก่เขา "ทั้งนี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
ถ้าท่านมีนายอย่างนี้ ท่านจะอดรักเขาได้ไหม?"
บทที่
3 จงพูดถึงความผิดของท่านก่อน
- ท่านจะไม่รู้สึกขุ่นเคืองอย่างใดเลยในการที่จะฟังใครคนหนึ่งตำหนิติเตียนท่าน
ในเมื่อเขาผู้นั้นเริ่มพูดด้วยการยอมรับ อย่างอ่อนโยนว่า เขา, ในทำนองเดียวกัน,
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปจากการกระทำผิดอย่างไม่มีที่ติเสียได้
บทที่
4 ไม่มีใครชอบรับคำสั่ง
- ควรให้โอกาสผู้ร่วมงานพินิจพิจารณางานด้วยตนเอง ให้ทำการศึกษาจากความผิดนานาประการเอาเอง
บทที่
5 จงกู้หน้าอีกฝ่ายหนึ่ง
- กู้หน้าของเขาไว้ ! มันเป็นสิ่งสำคัญ และสำคัญอย่างใหญ่หลวงทีเดียว !
พวกเราน้อยคนนักที่จะหยุดคิดถึงสิ่งนี้ ! "เรามักจะขี่ม้า
สวมเกือกมีตะปูแหลมคม ย่ำลงไปที่ความรู้สึกของผู้อื่น"
ด้วยการถือเอาแต่ใจของเราฝ่ายเดียว เช่น คอยจับผิด ขู่ตะคอก ดุว่าเด็ก หรือเสมียน
พนักงานต่อหน้าผู้อื่นโดยปราศจากความยั้งคิดว่าเป็นการทำให้ปวดร้าวชอกช้ำ
แก่เกียรติของเขาอย่างไรบ้าง ! ในเมื่อเพียงแต่สงบจิตสงบใจ ใช้ความคิดสักประเดี๋ยวหนึ่ง
ใช้วาจาที่ประหยัดถ้อยคำเพียง
บทที่
6 วิธีกระตุ้นให้มนุษย์ก้าวไปสู่ความสำเร็จ
- ใช้การชมเชยแทนการด่าว่า "เราจะชมเชย
แม้แต่ในสิ่งที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อย"
ในการปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยเป็นกำลังดันให้อีกฝ่ายหนึ่ง ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นเป็นลำดับ
บทที่
7 จงตั้งชื่อหมาให้เพราะ
- มนุษย์เราตามปกติธรรมดา จะจูงใจได้ง่ายดาย ถ้าเขานับถือท่าน และท่านแสดงความเลื่อมใสต่อความ
ปรารถนาบางประการของเขา
บทที่
8 จงทำให้ความผิดเป็นของง่ายที่จะแก้ไข
- การบอก เด็ก สามี ภรรยา เสมียนพนักงานว่าเขาโง่ หรือทึ่มในสิ่งโน้นสิ่งนี้
หรือเขาไม่มีพรสวรรค์ในงานนั้นๆ และที่เขาทำไปแล้วล้วนแต่ผิด แปลว่าท่านได้ทำลายโดยสิ้นเชิงต่อสิ่งที่กระตุ้นให้เขามีความพากเพียร
เพื่อทำสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น ท่านควรใช้เทคนิคตรงข้าม ท่านจงมี ใจกว้าง ด้วยการให้ความสนับสนุน
กำลังใจแก่เขา ท่านจงกระทำในสิ่งที่จะส่งเสริมให้เขา เห็นว่าเป็นของง่ายในการปฏิบัติสิ่งนั้นๆ
ท่านจง แสดงตนให้เขารู้สึกว่าท่านเลื่อมใสในความสามารถของเขา ความสามารถ
ซึ่งเขามีแวว แต่เขายังไม่ได้นำออกมาใช้ ผลก็คือ เขาจะพยายาม ปฏิบัติสิ่งนั้นๆ
เพื่อเอาชนะมัน แม้ต้องใช้เวลาตลอดคืนก็ตาม
บทที่
9 จงทำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามที่ท่านต้องการ
- หลักสำคัญแห่งมนุษยสัมพันธ์ :
จงทำให้ผู้อื่นมีความสุขที่จะกระทำในสิ่งที่ท่านเสนอแนะแขา
บทที่
2 ความรักอันวัฒนาถาวร
- สิ่งแรกที่จะศึกษาในการติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น ก็คือ อย่าแทรกแซงกับการหาความสุขในวิธีแปลกๆของเขา
บทที่
3 ถ้าท่านทำเช่นนี้ ท่านจะต้องคอยดูกำหนดเวลาเพื่อไปสู่การหย่าร้าง
- ทางไปสู่การหย่าร้าง ก็คือ "การตำหนิติเตียน"
การติเตียนอันไร้ประโยชน์ และการติเตียนซึ่งเป็นที่ร้าวรานใจ
บทที่ 4 ทางที่จะเกิดผลอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้ทุกคนมีความสุข จงให้คำยกย่องสรรเสริญด้วยความสุจริตใจ บทที่
5 สิ่งที่มีค่าสูงยิ่งสำหรับผู้หญิง
- ไม่ใช่ความรักดอกที่ทำให้วันเวลาของฉันทุกข์ทรมาน
แต่มันมาจากความร้าวรานในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ
บทที่ 6 ถ้าท่านต้องการมีความสุข จงอย่าละเลยสิ่งนี้ จงมีกิริยาวาจาสุภาพอ่อนโยน บทที่
7 อย่าเป็นคน "ไร้การศึกษาในการแต่งงาน"
- ความล้มเหลวในการแต่งงาน มักจะเนื่องมาจากสาเหตุ 4 ประการ คือ
ต้นความคิดที่ได้จาก สมคิด ลวางกูร How to Win Friends and Influence People ฺBy Dale Carnegie วิธีชนะมิตรและจูงใจคน ของ เดล คาร์เนกี
หนังสือ "วิธีชนะมิตรและจูงใจคน" ของ เดล คาร์เนกี เป็นหนังสือที่มีผู้อ่านมากเล่มหนึ่ง
ให้คติและข้อคิดอย่างดียิ่ง
บทที่
2 เคล็ดลับที่ยิ่งใหญ่ในการติดต่อกับผู้อื่น
-
มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้ใครต่อใครทำทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านเคยหยุดคิดเรื่องนี้บ้างไหม?
ถูกแล้ว มีอยู่ทางเดียวเท่านั้น และนั่นคือ การทำให้บุคคลผู้นั้น "ต้องการ"
ที่จะทำ โปรดจำไว้ ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว
บทที่
3 จงปลุกความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้า
-
การชักจูงความประพฤติของมนุษย์ สิ่งแรก จงปลุกความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้า
ผู้ที่สามารถทำได้เช่นนี้ โลกทั้งโลกอยู่ข้างเขา ผู้ที่ทำไม่ได้ จะเดินไปตามหนทางอันอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว
บทที่
2 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ผู้อื่นติดเนื้อต้องใจเมื่อแรกพบ
-
ท่านไม่มีความรู้สึกที่จะยิ้มเลยหรือ? เมื่อเช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?
มีอยู่ 2 ประการ ประการแรกจงบังคับตัวท่านให้ยิ้ม
บทที่
3 ถ้าท่านไม่ทำตามนี้ ท่านจะบ่ายหน้าไปพบความยุ่งยาก
- การให้เกียรติโดยการตั้งชื่อ
บทที่
4 หนทางง่ายๆ ที่จะเป็นนักสนทนาที่ดี
- ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
สนใจอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่จะเป็นการแสดงความคารวะยิ่งไปกว่านี้
บทที่
5 วิธีทำให้ผู้อื่นสนใจ
- ค้นหาความจริงว่าเขาสนใจในสิ่งใด และเขามีความสุขในการสนทนาถึงสิ่งใด
บทที่
6 วิธีทำให้ผู้อื่นชอบท่านในทันที
- จงทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกเป็นคนสำคัญ
บทที่
2 หนทางอันแน่นอนที่จะสร้างศัตรู และวิธีหลีกเลี่ยง
- ท่านจะกล่าวหาผู้อื่นว่าทำผิด ด้วยสายตา ด้วยสำเนียง หรือด้วยอากัปกิริยาใดก็ตาม
ย่อมมีความหมายทำนองเดียวกับ ท่านลั่นวาจาออกไป
บทที่
3 ถ้าท่านผิด จงสารภาพ
- ถ้าเรารู้ตัวว่าเราทำผิด จะไม่ดีกว่าหรือที่เราจะกล่าวถึงความผิดของเราก่อนอีกฝ่ายหนึ่งจะแย้มปาก?
"การตำหนิติเตียน
บทที่
4 หนทางอันเลิศที่จะเข้าถึงเหตุผลของผู้อื่น
- "ถ้าหากท่านถูกยั่วให้เกิดโทสะ และท่านพูดใส่หน้าอย่างไม่อั้นต่อผู้ยั่วโทสะท่านสักประโยคสองประโยค
ท่านจะสบายใจที่ได้ระบาย ความเดือดดาลของท่าน แล้วอีกฝ่ายหนึ่งเล่า?
เขามีส่วนร่วมสบายใจเหมือนท่านหรือเปล่า การเอะอะโผงผางของท่าน
กิริยาท่าทีตั้งท่าเป็น ศัตรูของท่าน ท่านคิดว่าเป็นของง่ายที่จะชักนำให้เขามีความเห็นสอดคล้องกับท่านกระนั้นหรือ?"
“If it’s to be, it’s up to me”“If it’s to be, it’s up to me” Success 2ความสำเร็จ คุณเคยถามตัวเองไหมว่า อะไรคือเป้าหมายของชีวิต? คุณมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?เพื่อใคร? และอย่างไร? การมีเป้าหมายในชีวิต คือ การที่เรามีภาพของความสำเร็จไว้เบื้องหน้า ซึ่งดูคล้ายกับการต่อจิ๊กซอ ที่เราเห็นภาพที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ทีนี้ก็ขึ้นกับวิธีการของแต่ละคนว่าจะทำอย่างไรให้จิ๊กซอแต่ละตัวมาต่อกัน ให้เกิดเป็นภาพนั้นขึ้นมา แต่ถ้าเราไม่มีภาพหรือไม่มีเป้าหมาย อะไรจะเกิดขึ้น??? บางคนอาจจะคิดว่าฉันก็มีชีวิตของฉันไปเรื่อยๆ ไม่ได้รบกวนใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันก็มีความสุขดี แล้วคุณค่าของคุณจะอยู่ที่ไหน??? การ มีเป้าหมายในชีวิต คือคำตอบว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เพื่อใคร และอยู่อย่างไร ชีวิตเปรียบเหมือนกับการเดินทาง และนักเดินทางที่ชาญฉลาด ย่อมมีเป้าหมายในการเดินทางเสมอ เขาจะไม่สูญเสียเวลาข้างทาง เพราะจะทำให้เขาไปถึงจุดหมายช้าลง การเดินทางของชีวิต ไม่ได้ราบเรียบบและสวยงาม เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ในระหว่างทางสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ปัญหาและอุปสรรคเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญให้มาเยี่ยมเยียนเรา มาเพื่อทดสอบเรา มาทำให้เราเหนื่อยล้า ท้อแท้ สิ้นหวัง หมดแรง หมดกำลังใจที่จะเดินต่อไป และทำให้จุดหมายปลายทางนั้นยาวไกลออกไป อะไรคือสิ่งจำเป็นสำหรับนักเดินทางที่จะเอาชนะแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ คำตอบคือ ความมุ่งมั่นและความสม่ำเสมอ แม้ว่าเราจะเจอกับอุปสรรคขวากหนามและปัญหามากมาย เป็นมรสุมของชีวิตก็ว่าได้ เราก็สามารถที่จะไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด ซึ่งมันอาจจะล่าช้าไปบ้าง ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว หลายคนอาจจะมีประสบการณ์ ในการเดินขึ้นภูเขา เวลาที่เราเดินขึ้นภูเขาเราต้องออกแรงมากเป็นพิเศษเปรียบเทียบได้กับช่วง มรสุมชีวิต และเมื่อเราเดินลงเขาเราแทบจะไม่ได้ออกแรงเลย ทั้งๆ ที่เราก็ต้องแบกภาระเหมือนเดิมอาจจะมากกว่าตอนเดินขึ้นเขาด้วยซ้ำ นั้นเป็นเพราะมรสุมได้ผ่านพ้นไปแล้ว ชีวิตของคนเราย่อมมีขึ้นและมีลงเช่นเดียวกับการเดินเขา แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้จากการเดินคือระยะทางที่เพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าเราต้องเดินขึ้นเดินลงจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย ขอให้เรามีความมุ่งมั่นและความสม่ำเสมอไว้ในใจ จุดหมายนั้นก็จะใกล้เพียงปลายตา การพักผ่อนเป็นสิ่งจำ
เป็นสำหรับการเดินทาง เราไม่สามารถเดินโดยไม่พักไม่ได้
การพักผ่อนเหมือนกับการชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็ม
เป็นการชาร์ตทั้งพลังกายและพลังใจ ในระหว่างทางที่เดินเราพบปะคนมากมาย
บางคนก็เดินไปทางเดียวกับเรา บางคนก็เดินสวนทางกับเรา
ถ้าการเดินทางของเราเต็มไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้ม
แม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายก็ตาม
เราจะเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นเดินตามโดยไม่รู้ตัว
บางคนอาจจะยึดเอาคติประจำใจของเราไปใช้ในการดำเนินชีวิต
หรือให้เราเป็นแม่แบบ เพราะพวกเขาได้เห็นแล้วว่า
ความสำเร็จจะมาอยู่เบื้องหน้าได้อย่างไร?
ความมุ่งมั่นและความสม่ำเสมอ Successสูตรสู่ความสำเร็จ
ถ้า
ที่มา Forward Mail
HAPPY NEW YEARHAPPY NEW YEAR
You Are on the Way to So Many Wonderful Things in the Year to Come Welcome to the New Year! I hope it will be the happiest you've ever known, and that it will be a year filled with dreams come true. This is such a perfect time to think of
wishes you want to turn into realities and goals you want to reach. It takes a lot to set your sights on a distant horizon and to keep on reaching for those goals. It takes a lot... of courage and hard work, believing and achieving, patience and perseverance, inner strength and gentle hope. It takes a lot of giving it your best and doing the fantastic things you do. - poems by Collin McCarty-
[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]
\^O^/ ... Happy New Year... \^O^/
I wish u...
A happy January
Lovable February Marvelous March Richy April Enjoyable May Successful June Wonderful July Happy August Wishes September Esctatic October Beautiful November Happiest December Have a VICTORIOUS YEAR!!!
[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[]-[] 1月13日 น่าคิด...Only two things are infinite,
You may fool all the people some of the time, you can even fool some of the people all of the time, but you cannot fool all of the people all the time. 1月10日 บ้านHOME SWEET HOME พอกลับมาพักผ่อนที่ "บ้าน" แล้วมันก็มีความรู้สึกนึงขึ้นมาว่า...เรานี้ ก็ไม่ได้กลับบ้านนานแล้วเนาะ กลับมาอีกที หลายๆอย่างเปลี่ยนแปลง จน แปลกตาไปหมด เด็กๆแถวบ้านก็ตัวโตๆ เป็นหนุ่มเป็นสาว (แหม...สำนวนโบราณจริงตรู) ได้กลับไปเยี่ยมโรงเรียนตอนประถมที่รักโตย แหมๆ รู้สึกยังกะเดินอยู่ในสนามเด็กเล่น ทำไม๊ทำไมทุกอย่างมันดูเล็กกะจิ๊ดริดไปหมด ทั้งๆที่อาคารมันก็เท่าเดิม พี่ยักษ์พี่เสือพี่ยีราฟที่เราชอบปีนเล่นก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ฮ่าฮ่า...แล้วคำตอบมันก็ลอยมาชนพุงกะทิกลมๆของเราอย่างจัง ก็แหม อายุเราน่ะน้อยหยอกซะที่ไหน เศษหนึ่งส่วนสี่ของร้อยปีแล้วนา เด็กๆมันพากันเรียกป้าเป็นแถว (น่าตีจิงเด็กพวกนี้ ชั้นยังเอ๊าะอยู่เลยเฟ้ย) ส่วนบ้านสวนน่ารักของเรานั้น บรรยากาศยังเป็นสีเขียวที่เรารักเหมือนเดิม แต่ที่แปลกตาไปคือความสูงและความหนาแน่นแน๊นแน่นขนัดของบรรดาต้นไม้ทั้งที่ รู้จักดีอย่างทุเรียนมังคุดเงาะกล้วยมะนาวมะพร้าวพริกไทยมะละกอยอขนุนตะลิง ปิงกระท้อนยางพาราแก้ววาสนามะม่วงไผ่โมกแคระ และที่เพิ่งมารู้ว่ามี ก็เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ อันนี้ขอบอกว่าสวยมากเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยมีดอกเหมือนน้องไก่เด๊ะเลย ต้นราชาวดี ต้อนนี้ดอกเล็กๆขาวๆกระจายทั่วต้นกลิ่นหอมสุดๆ เศรษฐีพันล้าน อันนี้แม่หวงมากเพราะแค่ชื่อก็กินขาด นางกวัก อันนี้แม่ก็หวงเช่นกัน แล้วยังมีตระกูลบอนสีแปลกที่ชื่อเป็นมงคลอีกเย๊อะแต่จำชื่อไม่ได้ และก็เดฟชนิดต่างๆด้วย โอ๊ยคุณแม่ช่างชอบสรรหาไม้แปลกๆมาแต่งบ้านซะจริง แต่มันสวยมากเลยค่ะ ที่ชอบที่สุดก็คือขนำน้อยที่ปลูกให้โดยหลานตาจากกระบี่ปลูกไว้ตรงดงมังคุด ข้างบ้าน แหมๆบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ แต่แอบเคืองหมาน้อยของคุณตาเล็กน้อยเพราะมันชอบแอบปีนขึ้นไปนอนจนขนกระจาย เต็มพื้นที่เยยยยย พูดถึงสัตว์เลี้ยง ที่บ้านมีน้องไก่กุ๊กๆสามสี่ตัว น้องแมวหนึ่งตัวและเจ็ดหมาน้อย หมาน้อยนี้แม่มันชื่อแพนด้า อันนี้ป๊ะป๋าตั้งชื่อให้มันเอง เพราะมันมีขนดำแซมด้วยขาวเป็นหย่อมๆเหมือนหมีแพนด้าตัวเล็กๆเด๊ะเลย ที่มาของมันคือ ไม่รู้ แหะๆเพราะอยู่ๆป๊ะป๋าบอกว่ามันเดินมานอนอยู่หน้าบ้าน ตัวมันยังเล็กมากๆสักเดือนนึงเห็นจะได้ ตุณตาสงสารเลยเลี้ยงมันไว้ ผ่านมาปีนึงมันก็มีลูกหมาน้อยออกมาอีกหกตัว น่ารักท้างงงงน้านเยยยย แพนด้ามันเป็นหมาน้อยพันธุ์เล็ก ตัวมันเล็กมาก ไม่ เหมือนหมาน้อยพันธุ์ทางแถวบ้านที่ตัวโตๆทั้งนั้น ไอ้เราก็กลัวหมาขึ้นสมอง พอกลับบ้านปุ๊ปเจอแพนด้ากระโดดตัวลอยมาทักทาย เล่นเอาแทบกรี๊ด แต่พอต้องอยู่กะมัน แพนด้ามันน่ารักมากเลยค่ะ ถึงแม้เราจะไม่เคยกอดมัน (คือแบบว่าความกลัวหมาตั้งแต่เด็กมันฝังใจ) แต่เราก็ให้ข้าวมันกินทู๊กวัน แย่งกับแมวน้อยของคุณตา คือตุณตารักแมวน้อยมาก เลี้ยงมันไว้ทั้งๆที่รู้ว่าหลานแพ้ขนแมว คือพอเรากลับบ้าน คุณตาจะกันไม่ให้แมวมาเพ่นพ่านแถวๆเรา เพราะกลัวเราเตะมันกระเด็น เราไม่ได้โหดขนาดน้าน แต่อารมณ์กลัวแบบเผลอๆ บางทีเราก็แอบเตะแมวน้อยของคุณตาให้ไปไกลๆ สรุปแล้วแมวน้อยกับเจ็ดหมาน้อยก็อยู่ร่วมกันที่บ้านเราอย่างครึกครื้น อย่าง ที่บอกเราอยู่บ้านสวน ดังนั้นเราจะมีผลไม้กินฟรีตลอดชาติ กินไม่หมดก็ขายบ้างแจกเพื่อนบ้านบ้าง แล้วเรากะพี่สาวก็ชอบไปปีนต้นมังคุดกัน แหะๆ แต่ส่วนมากพี่แอนปีนเราคอยเก็บอยู่ใต้ต้น เหอๆกลัวตกน่ะ เราไม่แน่ใจว่าฤดูมังคุดมันเดือนไหน แต่ธันว่าป๊ะป๋าบอกว่ามันเป็นการออกลูกแบบผิดฤดู โชคดีของเราสิทีนี้ มีมังคุดกินทุกวันเลย ส่วนเงาะกระท้อนทุเรียนน่ะมีแต่ต้นโด่เด่ แต่ร่มเงามันสบ๊ายสบายร่มรื่นสุดๆ ปายก็ปายเห๊อะมาเจอบ้านเราหน่อยเป็นไง ฮ่าฮ่า ชิดซ้ายแน่นอน หุุหุหุ ปีนี้ที่บ้านเราเป็นปีใหม่ที่มากะฝน เพราะฝนตกแทบทุกวัน แต่เราชอบเพราะอากาศดีมากเย็นสบายยังกะอยู่บนยอดดอย (อ๊ะ จิงๆนะไม่ได้โม้เยย) ไปเที่ยวตระเวณมาแทบทุกทวีป แต่ไม่มีที่ไหนสบายเหมือนบ้านเราเลยจริงๆ นี่แหละ HOME SWEET HOME ของแท้... |
|
|