Onnie's profilePrincess OnniePhotosBlogLists Tools Help
Photo 1 of 53

Horoscopes

Loading...

Quote of the Day

Loading...

Onnie .

Occupation
Location
Interests
Always inspired by my own imagination...

Radio

Loading...
June 27

คุณค่าของคำว่าเพื่อน

 
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
คุณค่าของคำว่าเพื่อน
 
คุณค่าของคำว่าเพื่อน คือ สิ่งที่ช่วยให้คุณมองเห็นค่าของมิตรภาพ
หากมีเพื่อนแท้แม้เพียงสักหนึ่งคน
เท่ากับว่าคุณได้เติมชีวิตให้เต็มเปี่ยม
ทำไมชีวิตที่มีเพื่อนช่างเป็นชีวิตที่แสนดี
คุณอาจถูกทิ้งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายซาฮารา และลมอาจพัดเอาฝุ่นทรายเข้าตา
แต่คุณยังคงจำลายมือของเพื่อนที่คุณรักที่สุดได้
คุณมีใครสักคนที่บ่นให้ฟังได้เสมอ
คุณใส่เสื้อผ้าที่ดูแย่ที่สุดเมื่ออยู่กับเพื่อนได้
เมื่อคุณเล่าความลับให้เพื่อนฟัง เพื่อนจะเก็บไว้เป็นความลับ
เพื่อนจะไม่ถือสาหาความ แม้ว่าคุณจะโทรไปปลุกแต่เช้า
เมื่อเพื่อนถามคุณว่า สบายดีหรือเปล่า?
คุณไม่จำเป็นต้องตอบว่า " สบายดี "
คุณสามารถตั้งคำถามโง่ ๆ กับเพื่อนได้ โดยที่เพื่อนไม่หัวเราะเยาะคุณ
เพื่อนอยู่ข้างคุณเสมอไม่ว่ากฎหมายจะว่าอย่างไร
เพื่อนจะนินทาคนอื่นในแบบที่คุณนินทาเสมอ
คุณสามารถยกเลิกอาหารมื้อค่ำได้ โดยที่ไม่ถูกตัดพ้อต่อว่าจากเพื่อน
เสื้อผ้าของเพื่อน ก็เหมือนเสื้อผ้าของคุณยืมใช้กันได้เสมอ
ถ้าไม่มีเพื่อน สมุดจดที่อยู่ก็ว่างเปล่านะสิ
เพื่อนจะไม่บ่น ถ้าคุณยืนกินอาหารในครัว
แทนที่จะนั่งบนเก้าอี้ให้เรียบร้อย

มิตรภาพแตกหักได้ยากกว่าชีวิตคู่
เพื่อนยอมรับคุณได้เสมอ ไม่ว่าคุณจะหนักเพิ่มขึ้นเท่าใด
เพื่อนจะยังคงรักคุณเหมือนเดิม
คุณไม่จำเป็นต้องนำอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย เมื่อโผล่หน้าไปเยี่ยมเพื่อน
เพื่อนสามารถกลับมาคืนดีได้หลังจากทะเลาะกัน
เพื่อนจะพูดความจริง เกี่ยวกับสีผมที่คุณเพิ่งไปทำ
เพื่อนจะคอยเลี้ยงลูกให้ยามที่คุณยุ่ง
เพื่อนจะให้คุณยืมเงินได้ง่ายกว่าไปกู้ธนาคาร
คุณหยิบของในตู้เย็นของเพื่อนมากินได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน
คุณสามารถโทรชวนเพื่อนออกมาดูหนังในคืนวันเสาร์ได้โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า
คุณสามารถนั่งเงียบๆ ไปตลอดทางโดยไม่ต้องหาเรื่องมาคุยกัน
เพื่อนคือใครสักคนที่คุณสามารถหลบออกจากที่ทำงาน
และไปนั่งกินกาแฟด้วยกันได้

เพื่อนจะไม่ต่อว่าถ้าคุณเลิกนัดเพราะเจอคนถูกใจ
เพื่อนจะไม่ทอดทิ้งคุณแม้ขณะติดคุก
แม้ว่าเพื่อนจะไม่พบกันนานนับสิบปี
แต่ความรู้สึกของคุณกับเพื่อนก็ยังคงเหมือนเดิม

ถ้าคุณท้อ

 
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
ถ้าคุณท้อ
 

ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา...
จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว
ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ


ถ้าโกรธกับเพื่อน. . . มองคนไม่มีใครรัก
ถ้าเรียนหนัก ๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ
ถ้างานลำบาก . . . มองคนอดแสดงฝีมือ
ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ . . . มองคนที่ตายหมดลม


ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส
ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน
ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน
ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา

ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน
ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา
ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา
ถ้าชีวิตแย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า

อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์
ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก
เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน

คำพ่อสอน..แม่บอกว่า...

 
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
คำพ่อสอน..แม่บอกว่า...
 

คำพ่อสอน...


"... การทำให้คนอื่นรัก ยากกว่าการทำให้เกลียดมากนัก
กว่าจะเป็นที่รักของใครได้ต้องใช้เวลานาน
ความรักมันต้องอาศัยการซึมลึก
ไม่เหมือนความเกลียดที่ทำง่ายแต่ซึมนาน
เราดีใจที่รู้ว่ามีคนรักเรามากมายรอบๆตัว
มันเป็นภูมิต้านทานความท้อแท้ที่ดีสำหรับเรา
เป็นเกราะคุ้มภัยให้เราอุ่นใจเสมอ
ลองดูสิ.. ทำให้คนรอบข้างมีความสุขเวลาที่มีเรา
ถ้าเธอทำได้เขายิ้มได้..ทำให้เขาคิดถึง..
ทำให้เขาผูกพัน..เธอก็จะรู้ว่า..
นี่คือกำลังใจที่ดีที่สุด ที่ทำให้ชีวิตเรามีความหมาย
ทำให้เรารักตัวเอง และทำให้เรารู้ว่า..
ลมหายใจของเรายังมีความหมายสำหรับใคร
...อีกหลายคน... "

แม่สอนว่า...


" ... เราควรให้คนอื่น
มากกว่าการที่คอยให้แต่คนอื่นหยิบยื่นให้เรา
ลองคิดดูสิ..
ถ้าเธอได้รับของขวัญจากใครสักคน
ที่เธอจะรู้จัก หรือไม่รู้จัก
บางทีอาจเป็นแค่สิ่งของที่ไม่มีค่าอะไรเลย
แต่ความรู้สึกที่ได้รับ มันตรงกันข้ามกับราคา
หรือสิ่งของที่คนอื่นหยิบยื่นให้เรามากกว่าเป็นสิบเท่า
ความรู้สึกนั้นนะ ไม่ใช่แค่ดีใจที่ได้รับของขวัญนะ
แต่มันเป็นความรู้สึกที่คิดว่า
เขาจำมันได้หรือ เขาคิดถึงเราด้วยหรือ
มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ
ถ้าเธอเป็นผู้รับ แล้วเธอเป็นผู้รู้สึกดี
ขอให้เธอรู้ไว้ว่า คนที่เป็นผู้รับจากเธอ
เขาก็รู้สึกดีไม่แพ้กับเธอหรอกนะ
แล้วเธอจะรู้ว่าการทำให้คนอื่นมีความสุขได้
ตัวเธอเองนั่นแหล่ะที่จะมีความสุขยิ่งกว่า... "


เรื่อง: คำพ่อสอน..แม่บอกว่า...
ที่มา: ไม่ระบุ

How heavy is your burden?

 
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
How heavy is your burden?

A lecturer was giving a lecture to his student on stress management.
He raised a glass of water and asked the audience,
“How heavy do you think this glass of water is?
The students’ answers " from 20g to 500gm".

”It does not matter on the absolute weight. It depends on how long you hold it.
If I hold it for a minute, it is Ok. If I hold it for an hour,
I will have an ache in my right arm.
If I hold it for a day, you will have to call an ambulance.
It is the exact same weight, but the longer I hold it, the heavier it becomes.”

”If we carry our burdens all the time, sooner or later, we will not be able to carry on,
the burden becoming increasingly heavier.
What you have to do is to put the glass down, rest for a while before holding it up again.
We have to put down the burden periodically,
so that we can be refreshed and are able to carry on.
When you return home from work, put the burden of work down.
Don’t bring it into your home. You can pick it up tomorrow.

Rest and relax...

ส่งสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่ท่านไม่มีวันลืม

 
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
ส่งสิ่งดี ๆ ให้กับคนที่ท่านไม่มีวันลืม
 
No man/woman is worth your tears and the only one who is,
will never make you cry.
ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้
ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น
เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด

If you love someone,
put their name in a circle,
instead of a heart,
because hearts can break,
but circles go on forever.
ถ้าคุณรักใครสักคน
จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ
เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้
แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป

Everyone hears what you say.
Friends listen to what you say.
Best friends listen to what you don't say.
ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด
เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด
แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา

If all my friends were to jump off a bridge,
I wouldn't jump with them,
I'd be at the bottom to catch them.
ถ้าเพื่อนทั้งหมดของข้าพเจ้าพร้อมใจกันกระโดด ลงมาจากสะพาน
ข้าพเจ้าจะไม่โดดตามพวกเขาไป
แต่ข้าพเจ้าจะยอมรออยู่ที่ก้นเหวเพื่อที่จะรับพวกเขา

Don't frown,
because you never know who's falling in love with your smile!
อย่าทำหน้าบูดบึ้ง
เพราะว่าท่านจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครกำลังชื่นชมรอยยิ้มของท่านอยู่

If you judge people,
you have no time to love them.
ถ้าท่านมัวแต่คิดตัดสินผู้อื่น
ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา

Be kind,
for everyone you meet is fighting a harder battle.
จงมีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น
เพราะว่าทุกคนที่ท่านพบกำลังต่อสู้กับปัญหาที่ยิ่งใหญ่
กว่าที่ท่านกำลังประสบอยู่

It may take only a minute to like someone,
only an hour to have a crush on someone
and only a day to love someone
but it will take a lifetime to forget someone.
มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน
เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน
และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน
แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น

Enthusiasm is contagious.
You might cause an outbreak and affect many.
ความกระตือรือล้นนั้นติดต่อกันได้
โดยที่ท่านอาจสามารถแพร่มันออกไปและส่งผล
กระทบให้อีกหลายคนกระตือรือล้นตามท่านได้

Yesterday is the history,
tomorrow is a mystery.
Today is a gift,
that is why it is called the present.
เมื่อวานคืออดีต
พรุ่งนี้คือปริศนา
แต่วันนี้คือสิ่งที่ท่านมี
นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกปัจจุบันนี้ว่าของขวัญ(Present)

Dance like nobody's watching,
and love like it's never gonna hurt.
ปล่อยตัวเต้นรำให้สนุกสนานเหมือนไม่มีใครจ้อง
และจงรักเหมือนว่ามันจะไม่นำความเจ็บปวดมาให้

Send this to everyone you will never forget,
and send it back to the person who sent it to you too,
just to show them that you will never forget them too.
ส่งสิ่งดีๆเหล่านี้ให้กับคนที่ท่านคิดว่าจะไม่มีวันลืม
และส่งกลับไปยังผู้ที่ส่งมาให้ท่าน
เพื่อให้เขารู้ว่าท่านก็จะไม่มีวันลืมเขาเช่นกัน

If you don't send it back,
it means that you are not a true friend.
ถ้าท่านไม่ส่งกลับ
นั่นหมายถึงว่าท่านมิได้คิดว่าท่านเป็นเพื่อนแท้ของเขา

So send it to everyone that you never will forget.
ดังนั้นจงส่งสิ่งดีๆเหล่านี้ไปให้ทุกคนที่ท่านจะไม่มีวัน
---ลืมเขาออกจากใจ--- 

โลกไม่ตามใจเรา...

 
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
โลกไม่ตามใจเรา
 
 
โลกไม่ตามใจเรา
เมื่อเราพอใจความเย็น แต่โลกพอใจคายความผ่าวร้อน ทางเดียวคือทำใจยอมรับ และเตรียมกายสู้ไอร้อน

โลกไม่ตามใจเรา
เมื่อเราพอใจความอบอุ่น แต่โลกพอใจกระจายความเหน็บหนาว ทางเดียวคือทำใจยอมรับ และเตรียมกายสู้ไอเย็น

โลกไม่ตามใจเรา
เมื่ออยากเห็นดอกไม้บาน แต่ยังไม่ถึงเวลาบานของดอกไม้ สิ่งที่ทำได้คือรอคอย

โลกไม่ตามใจเรา
แม้ไม่อยากเห็นใบไม้ร่วง แต่ถ้าถึงเวลาร่วงหล่นของใบไม้ สิ่งที่ทำได้คือมองดู

โลกไม่ตามใจเรา
แม้เราอยากเห็นแต่คนดี ทว่าโลกมีแต่คนเลวให้ดู เราก็ต้องดู และรู้ว่าเราเป็นหนึ่งในนั้นไหม

โลกไม่ตามใจเรา
แม้เราอยากพบแต่คนมีเหตุผล ทว่าโลกมีแต่คนเอาใจตนเป็นใหญ่ เราก็ต้องทน และไม่หลงเอาแต่ใจตนตามเขา

โลกไม่ตามใจเรา
เรา ก็ไม่จำเป็นต้องตามใจโลก ถ้าโลกร้ายเกินกว่าจะเอาตาม ก็ต้องถามหาสิ่งที่ดีขึ้น และถ้าอยากเห็นโลกดีขึ้น ต้องไม่ใช่ด้วยการเฝ้าเรียกร้อง แต่ต้องด้วยการลงมือทำเอง ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลก

โลกไม่ตามใจเรา
ถึงแม้อยากมีคนรัก แต่โลกไม่เคยพาคนรักมาให้พบ ก็ต้องคบกับเงาตัวเอง บรรเลงเพลงแห่งความเงียบต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องเหงา

โลกไม่ตามใจเรา
แม้เมื่อพบคนรักแล้ว แต่โลกพอใจให้แคล้วคลาด อย่างเราจะทำอะไรได้ ก็ต้องเลือกระหว่างวางเฉย กับลงนอนดิ้นทุรนปางตาย

โลกไม่ตามใจเรา
แม้เมื่อได้อยู่กับคนรักแล้ว แต่โลกพอใจให้พรากจาก เตรียมวันตายเอาไว้ไม่บอกกล่าว แล้วเราจะไปฟ้องศาลไหน เพื่อให้ทำโทษมัจจุราชได้

โลกไม่ตามใจเรา
แม้ โลกให้ชีวิตมา ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเป็นของเรา ไม่มีชีวิตใดเป็นอมตะ ไม่มีทางทำให้ชีวิตใดค้ำฟ้า ทุกนาทีแห่งการมีชีวิต คือการเขยิบใกล้ความไร้ชีวิตเข้าไปทุกที

โลกไม่ตามใจเรา
ถ้าโลกกำหนดให้การตายดับ มิใช่เหมือนการดับเปลวเทียน แต่เป็นการต่อเทียนเล่มใหม่ จะมีใครขัดขืน

โลกไม่ตามใจเรา
แต่โลกก็ไม่ไร้เหตุผล ถ้าเราเข้าใจเหตุผล ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าใจโลก

เมื่อใดเข้าใจโลก
เราจะเลิกอยากให้โลกตามใจเรา

7 Ways to Be Happier at Work ...

_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _
 
 
7 Ways to Be Happier at Work ...
 
 
1. Smile. Turns out, smiling is directly linked to happiness. It may have started as a correlation but, over time, the brain linked the two. Don't believe me? Try this: smile (a nice big smile) and attempt to think of something negative. Either you will stop smiling or you won't be able to hold the negative thought.

2. Stop worrying. Worrying happens to be one of humanity's best traits. It is the underlying emotion behind foresight, planning, and forecasting. We worry because some future event is uncertain and that feeling is a cue for us to start thinking about how to address it. The problem is, we worry too much about things that are out of our control (like the economy, stupid). The US has one of the highest rates for mental disease and yes, worry is among the leading indicators. While it's true that there are plenty of things to worry about these days, take a deep breath, America, and stop sweating the small stuff.

3. Take a break. The US is one of the most overworked industrialized nations. But this is counterproductive for a nation of "knowledge workers." Overworking people to exhaustion is a horrible way to extract knowledge from people. Taking a break provides an opportunity to reflect and often it is during such times when the best ideas, our deepest insights, emerge. I insist on taking lunches out of the office; I insist that my colleagues do the same. Call it a siesta, naptime, or a mini-vacation. It works for many of the happier nations too.

4. Do things differently. Part of the problem at work for many people is boredom. We are stuck in a rut where we come in and do the same thing over and over and over again. Get your enthusiasm back by doing things differently. Make every effort to learn, to grow, and to challenge yourself. Take on more responsibility or attempt something you never thought you were capable of doing. Even if your responsibilities don't allow for much flexibility, try a different approach to your existing responsibilities.

5. Stop managing and start leading. If you're in management, you need to find ways to motivate and stimulate your employees. How? Stretch their minds. Empower your team by giving them more responsibility, more decision-making power, more autonomy. Equally important: be inclusive. Explain what is happening in the company as a whole and give your employees a broader perspective on how their jobs influence the overall business.

6. Delegate. One of the most destructive and counterproductive byproducts of the downsizing era is fear — many managers are scared to let go of control for fear that doing so will make them obsolete. I have news for you: if you feel that way, you already are obsolete. Being controlling is bad for business, not to mention bad for your physical and mental health. The best leaders always look for people better, smarter, and more capable than themselves.

7. Have fun. Here is some tough advice: If you don't like what you are doing, stop doing it. Life is too short to not have fun. I love what I do and when I stop loving it, I do something else. Even in this economy, you will be in high demand if you are good at what you do — and can do it with a smile on your face.
 
Lists
By Johann Pachelbel
No list items have been added yet.

Princess Onnie

No list items have been added yet.